วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โรคประจำตัวที่พบบ่อย(ในคนสวยน่ารัก)

โรคงอนเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา

ลักษณะอาการ ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาการหนัก จะมีอาการหน้าดำแทรกซ้อนด้วย หูแข็ง(ระวังอย่าให้ดำ) ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่า ผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนัก อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรสังเกตอาการผู้ป่วยว่า งอนอยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อทันที ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้ สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย ต้องการความเอาใจใส่ หลังได้รับการรักษา ผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ หมายเหตุ พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก

ระวัง !! สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ จะปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง...
ขำๆค่ะลอกมาจากอินเตอร์เน็ตอ่านแล้วคงคุ้นๆนะคะว่าเกิดขึ้นกับใครบ้าง อิอิ โดยเฉพาะคนเขียนรู้ตัวว่าอาการของโรคนี้น่าจะอยู่ในระยะสุดท้าย 555+

วันฟ้าใหม่ อยากเห็นคนไทยมีความสุข

เมื่อพระอาทิตย์ส่องสว่าง บนเส้นขอบฟ้าของเช้าวันใหม่ ฉันขอเอ่ยคำอธิษฐานแล้วส่งมันขึ้นไป ณ .ตรงที่แห่งนั้น ในคำอธิษฐานที่ฉันฝากไปได้บอกเอาไว้ว่าอยากให้คนไทยทุกคนรักกัน อยากเห็นรอยยิ้มของพ่อ อยากให้พ่อมีความสุขใจ อยากให้คนไทยร่วมกันสร้างบ้านหลังใหม่เหมือนอย่างที่พ่อเคยสร้างไว้ บ้านที่สร้างด้วยหัวใจ กับต้นไม้ที่ชื่อต้นรัก ต้นความสามัคคี ต้นไม่รู้ไม่ชี้ และต้นให้อภัย ฉันแอบหวังไว้ลึกๆว่าบ้านหลังใหม่ที่เราจะร่วมกันสร้างนี้จะต้องคงทนอยู่กับคนไทยได้ตลอดไปจะไม่มีใครสามารถเข้ามาทำลายบ้านของเราได้อีก

บ้านหลังใหม่นี้จะเป็นบ้านที่สร้างความสุข มีเสียงหัวเราะ มีความรัก เป็นบ้านที่คอยอ้าแขนรับคอยซับน้ำตาไม่ว่าใครจะเจ็บปวดมาจากที่แห่งไหน บ้านหลังนี้จะคอยเป็นที่พักพิงให้ความอบอุ่นใจสำหรับทุกๆคนที่ต้องการกำลังใจหรือแม้แต่ใครบางคน คนนั้นที่อยู่ไกลๆแล้วหอบความเหงาใจกลับมา บ้านหลังนี้จะบรรเทาความเจ็บปวดจากความผิดพลาด จะเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้เขาเมื่อยามที่เขากำลังหลงอยู่ในความมืดมน จะช่วยกันแดดกันฝน และจะไม่ทำให้คนไทยต้องทะเลาะกันอีกต่อไป สุดท้ายขอให้คำอธิษฐานของฉันจงเป็นจริง

ช่วงเวลาในชีวิตของคนเรานั้นสั้นนักพรุ่งนี้เราอาจจะไม่มีชีวิตขึ้นมากล่าวคำว่า ฉันขอโทษ หรือว่าฉันเสียใจได้อีก หากมีอะไรที่เราจะสามารถทำให้มันดีขึ้นมาได้แม้เพียงเล็กน้อยก็จงทำมันเถอะนะคะเพราะว่าโลกใบนี้จะเป็นดาวดวงสุดท้ายที่เราจะได้ลงมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ฉะนั้นช่วงเวลาที่เรามีอยู่นี้จงทำให้มันดีที่สุดสำหรับทุกๆสิ่งที่เรามีเพื่อโลกใบนี้จะได้เป็นโลกที่สดใสน่าอยู่และจะอยู่ในความทรงจำที่ดีของเราตลอดไปหากมีอะไรที่ยังค้างคาใจหรือใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึกขัดเคืองหากเป็นเรื่องที่ไม่ยิ่งใหญ่เกินไปนักก็ขอให้เราอย่าเก็บเอามาใส่ใจปล่อยมันไปเถอะนะคะอย่าให้สิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นมากั้นขวางความรักเป็นอุปสรรคในการดำรงอยู่ของเราทุกคนเลย

ถึงแม้ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันจะยิ่งใหญ่เหลือเกิน และการที่เราจะร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคข้ามให้ผ่านพ้นมันไปได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายทุกอย่างต้องอาศัยเวลาและความพยายามเราคงต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างมากมายกว่าจะเอาชนะมันได้ แต่อย่าให้ปัญหาที่เราคิดว่ายิ่งใหญ่มาทำให้เราหวาดกลัวจนทำลายความพยายาม อย่าให้มันมามีอำนาจทำลายรอยยิ้ม ความรัก ความผูกพันที่เราเคยมีให้กัน วางมันไปเถอะนะคะ ความโลภ ความยโส ปลดมันไปเถอะความโอหังอย่าให้มันมามีพลังทำลายบ้านของเราอีกเลย รักกันไว้สร้างบ้านหลังใหม่ให้พ่อให้คนไทยได้อยู่กันอย่างมีความสุขเหมือนเดิมนะคะ

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ใช้ความสงบ สยบกิเลส

เพียงเรารู้จักกับความสงบเราจะค้นพบตัวเอง หลายครั้งที่เราต่างดิ้นรนกันมากเกินไปจนทำให้หัวใจและร่างกายเราเหนื่อยล้า โดยลืมคิดไปว่าเราทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตายไม่มีใครได้อยู่ค้ำฟ้า เกิดมาแต่ตัวตายไปถึงแม้ว่าญาติพี่น้องจะทำอะไรให้ตอนงานศพสุดท้ายก็ถูกเผาถูกฝังไม่มีอะไรที่เป็นของเราเอาอะไรไปก็ไม่ได้สักอย่าง เราเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เราคิดว่าเรากำลังทำตามความฝันนั้นแท้จริงเราได้ทำตามความฝันหรือว่าทำตามความกลัวกันแน่...?

คนเรามักกลัวว่าต้องลำบาก กลัวไม่มีอำนาจ กลัวสอบไม่ได้ กลัวเจ้านายไม่รัก กลัวผู้ชายไม่ชอบ กลัวไม่ได้เลื่อนขั้น และอีกหลายๆๆความกลัวที่มาจากความรู้สึกภายใต้การควบคุมของจิตที่อ่อนแอ จิตที่ลุ่มหลงหลงในกิเลสตัณหาจนทำให้เกิดความคิดที่ว่า สิ่งที่เป็นวัตถุจะทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดไป เลยทำตัวตามความพอใจ ของจิตที่เป็นตัณหา มีความโลภโกรธ หลงจนเกินพอดี แท้จริงแล้วเรากำลังลืมสติหรือตอนนั้นเราเองไม่รู้ตัวว่าเรากำลังถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหาเสียท่าให้กับกิเลสมันแล้ว สิ่งที่มนุษย์แพ้มาตลอดไม่ใช่คนด้วยกันหรือว่าธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมแต่มันเป็นกิเลสตัณหาความอยากในตัวเราเองต่างหากที่มันควบคุมเรามาตลอด

คนทุกคนก็มีพลังสองด้านในคนๆเดียวคือเข้มแข็งและอ่อนแอเวลาที่เรามีความสุขจะเป็นแบบเพิ่มพลัง และเมื่อเวลาที่เกิดอาการล้มเหลวผิดหวังเราจะสร้างความคิดแบบบ่อนทำลายขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ถ้าเราไม่มีสติเราก็จะพลาดทำตามความอ่อนแออย่างที่กายละเอียดเราสั่ง จริงๆเราไม่ได้ผิดหรอกนะคะ เพราะมันเป็นธรรมชาติของคนแต่เราแค่พลาดให้กับกิเลสต่างหาก แต่เราเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมนะไอ้เจ้าตัวกิเลสที่มันสะกดด้วยอักษร 5 ตัวแค่นี้มันไม่มีชีวิตสักหน่อยแต่สามารถสั่งการสิ่งต่างๆมากมายให้ทำตามมันได้ ไม่ว่าคนนั้นจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ต้องตกอยู่ใต้อำนาจมันมาตลอด

เราเคยคิดบ้างไหมคะว่าทำไมเราต้องยอมให้มันปั่นหัวให้คนอย่างพวกเราที่ชอบบอกว่าตัวเองมีสมองต้องแตกแยก ทุบตีกันเพียงเพระความเจ้าเล่ห์หลายใจของมันทำไมไม่มีใครรู้ทันและมองเห็นความร้ายกาจของมันมั่ง กิเลสมันไม่เคยจริงใจกับใครคนไหนดูดีมันก็ไปอยู่กับคนนั้น พอใครเริ่มล้าหลังหรือเริ่มจะหมดความนิยมมันก็ตีตัวจากทันทีแถมมันยังไปยุให้เค้าตีกันอีกด้วย ทีนี้เราที่เคยบอกตัวเองว่าเป็นคนมีสมองจะช่วยบอกกับตัวเองใหม่ได้หรือยังคะว่าต่อไปเราจะไม่ยอมโง่ให้กับมันอีก สู้กับกิเลสตัณหาในตัวให้ได้นะคะอย่ามาประหัตประหารกับคนกันเองเลย เดี๋ยวกิเลสตัณหามันจะหัวเราะเยาะเอา สู้ สู้ค่ะ

เค้าอยู่ตรงนั้นเสมอ(แรงบันดาลใจ)

ทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้ฉันอดทนต่อสู้และยังคงความเป็นคนยังมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ ก็เพราะฉันคิดว่ามีบางอย่างที่เป็นกำลังใจให้กับตัวฉัน ฉันคิดเสมอว่าเค้าอยู่ตรงนั้น และเค้าก็อ้าแขนรับฉันทุกครั้งเมื่อฉันต้องการกำลังใจ คราใดที่ฉันอ่อนล้าฉันก็รู้ว่าเค้ากำลังมองมาเค้ารับรู้ว่าเค้าจะต้องยกฉันเมื่อฉันล้ม เขาจะไม่มีวันทอดทิ้งฉันไป เพราะเค้าคือแรงบันดาลใจของฉัน เป็นแสงสว่างนำทางให้ฉันเดินตามหาโชคชะตา เมื่อเวลาที่ฉันทุกข์ฉันก็จะจ้องมองไปที่แห่งนั้นและเค้าก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อฉันเสมอ ดวงดาวแห่งโชคชะตาของฉันผลักดันให้ฉันสู้เพื่อไขว่คว้าฝันเป็นดังบทเพลงที่สร้างสรรค์ เป็นความฝันที่ทำให้หัวใจฉันมีชีวิต

ต่อไปไม่ว่าอนาคตมันจะนำพาอะไรมาให้กับตัวฉัน ฉันจะยอมรับมันเพราะฉันรู้ว่าสิ่งนั้นมันจะถูกต้องเมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะไม่ยอมแพ้เพราะฉันรู้ว่าปัญหาของความอ่อนแอ มันเป็นเพียงแค่อิทธิพลของโลกใบนี้ ทุกชีวิตและทุกอย่างที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ถูกลิขิตด้วยเหตุปัจจัยของโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่เราคาดเดาและบอกกับตัวเองได้ว่ามันจะง่ายแต่สุดท้ายมันจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า มันจะให้คำตอบว่าเราเป็นคนจริงแค่ไหนสิ่งที่โลกนี้เลือกสรรมาให้หากมันจะเปลี่ยนชีวิตของฉันไปทางไหนฉันก็จะพยายามเข้าใจว่าสุดท้ายมันจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับฉัน
หากศรัทธาสร้างให้ความฝันมีชีวิต แรงบันดาลใจก็คือพรมลิขิตของฉัน

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ทำไมต้องทะเลาะกัน

มีผู้คนมากมายเหลือเกินอยู่บนโลกใบนี้แต่จะมีใครตอบได้บ้าง..ว่าตอนนี้เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่กับอะไร ทำไมบ้านหลังนี้ที่เรารวมอยู่ด้วยกันมันเต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน เชือดเฉือนฆ่าฟันเพื่อจะครองตำแหน่งแย่งกันเป็นใหญ่ ทุกคนลืมไปแล้วหรือว่าเราเป็นพี่น้องกันเราเคยรักกัน พ่อเราเคยสั่งสอนให้เรามีอะไรให้กัน ใช้อะไรสร้างความผูกพันในการรวมอยู่เราทุกคนกำลังทำอะไรบางอย่างในชีวิต หล่นหายไป พวกเรากำลังไม่เข้าใจความหมายของการรวมอยู่ของการได้เกิดมามีชีวิต เรากำลังหลงลืมไปว่าโลกที่เราได้ลงมาอยู่เค้ามีอยู่ก่อนเราแล้ว แล้วทำไมเราถึงพยายามทำให้โลกที่มีอยู่แล้วให้เป็นอย่างที่เราคิด

เราไม่อาจเปลี่ยนพระอาทิตย์ดวงเดิม พระจันทร์ดวงเก่า ดวงดาวมากมายให้กลายเป็นสิ่งใหม่อย่างที่ใจเราต้องการได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นเค้าไม่ใช่ของเรา และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็จำต้องทิ้งสิ่งเหล่านั้นไว้ข้างหลัง แต่สิ่งที่เคยเป็นของเราสิ่งที่พ่อเราสร้างไว้ให้ สิ่งที่พ่อเคยบอกไว้ ทำไมไม่จำเราทำมันหายไปไหน ยังจำได้ไหมอดีตที่ผ่านไป เราเคยทำอะไรไว้ร่วมกันและ ณ.ที่ตรงนั้นเราเคยอยู่รวมกันอย่างไร บ้านหลังนั้นที่อยู่ในความทรงจำเราเคยอยู่รวมกันอย่างมีความสุขมีความรักสมัคสมานกลมเกลียวที่ๆใครเห็นแล้วก็อยากมาอยู่ แต่รู้ตัวบ้างไหมว่าวันนี้ความทรงจำในวันนั้นมันไม่มีอีกแล้ว เวลาพาเราหลงลืมมันไปแล้ว ความจริงใจที่เราเคยมีให้กันมันหายไปไหน และยิ่งนับวันก็ดูเหมือนเราจะยิ่งไม่เข้าใจในความหมายของมันราวกับว่าความหลงลืมนั้นมันเติบโตขึ้นตามกาลเวลา

มันจะมีประโยชน์อย่างมากมายถ้าหากวันนี้เราทุกคนจะช่วยกันเอาใจมองย้อนกลับไป มองไปให้เห็นบ้านหลังเก่าที่เราเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เคยแบ่งปันน้ำใจมีอะไรก็เอามาฝากกันเราเคยมีความสุขกันแค่ไหน หลับตาสิแล้วคิดถึงมันแล้วจากนั้นให้ชั่งน้ำหนักว่าสิ่งไหนที่ทำให้ใจเรามีความสุข ภาพของวันนี้กับวันนั้นภาพไหนที่เราอยากบันทึกเอาไว้ให้อยู่ในใจเราชั่วนิรันดร์ หากมันเป็นภาพของวันวานให้เราให้คำมั่นสัญญากับหัวใจตัวเองว่า ต่อไปเราจะเป็นคนใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราตอนนี้มันจะไม่มีอำนาจจะไม่ทำให้เราต้องเจ็บปวดอีกต่อไปสงครามนี้เราต้องเอาชนะมันได้ด้วยหัวใจและความรักที่เราจะมีให้กัน

จงเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างทุกปัญหาเกิดขึ้นอย่างมีเหตุและผล หากเรามองเห็นเหตุผลที่ทำให้มันเกิดขึ้นเราก็จะพบว่าทางออกของมันจะอยู่ตรงไหน เราสามารถค้นหาทางออกให้กับปัญหาของตัวเองได้ถ้าหากเราตั้งใจจะค้นหามัน แต่ถ้าหาแล้วยังไม่เจอก็ให้กลับไปมองหาให้ดีอีกครั้งแต่ถ้ากลับไปแล้วยังไม่เห็นอีกก็ให้กลับไปออกทางเดิมที่คุณเข้ามา ปาฏิหาริย์อาจไม่มีจริงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ถ้าเราเชื่อมั่นในสิ่งนั้น รักกันไว้เถอะนะคะเพื่อเมืองไทยเพื่อรอยยิ้มของพ่อหยุดทำร้ายเมืองไทยหยุดทำร้ายหัวใจของพ่อเสียที

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2552

โลกนี้ยังมีฉันอยู่

ค่ำคืนที่ฟ้าไร้ดาว เหมือนเราที่ไม่เคยมีใคร
ท้องฟ้าจะเศร้าเหมือนอย่างเราไหม
ในคืนที่ดาวไม่มาใส่ใจเหมือนอย่างที่ใครๆไม่เคยแลเหลียวเรา
ลมแรงๆพัดมาพาให้เหน็บหนาวแต่ก็ยังไม่เท่าภายในใจที่มันหนาวเหน็บ
ความรู้สึกเจ็บร้องถามแต่ก็ต้องสะกดมันเอาไว้
สั่งเบาๆเข้าไปข้างใน
ใจเอยเธอต้องทนให้ไหวเห็นเข็มนาฬิกาไหมอีกไม่นานก็เช้าแล้ว
แต่เข็มนาฬิกาทำไมช่างใจร้ายยิ่งคอยนับเหมือนไม่อยากจะเคลื่อนไหว
หรือว่าเวลาจะเป็นใจให้คืนนี้อยู่ไปนานๆ
ทุกๆค่ำคืนฉันพร่ำภาวนาขอให้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับวันใหม่
วันที่ไม่ทำให้เหงาใจวันที่มองฟ้าสดใสกว่าทุกๆวัน
แต่ฝันก็ไม่เคยเป็นจริงเพราะสิ่งที่เห็นมีเพียงความว่างเปล่า
ความเศร้าลำพังยังไม่ได้จางหาย
ความรู้สึกเช่นนี้จะมีใครรับรู้บ้างไหมว่ามันกัดกร่อนแทะเล็มดวงใจ
ทั้งเจ็บทั้งปวดร้าวใจยากเกินจะพรรณนา

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

19-ข้อคิดนำให้ชีวิตมีสุข

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต
1.ระลึกเสมอว่าการจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน
2.เมื่อคุณแพ้อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs (3.1) เคารพตนเอง (Respect for self) (3.2) ต้องเคารพผู้อื่น (Respect for others) (3.3)รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions
4.จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตน บางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5.จงเรียนรู้กฎเพื่อที่จะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6.จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7.เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8.จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9.จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10.จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11.จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมา คุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปอีกครั้ง
12.บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13.เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีต
14.จงแบ่งปันความรู้เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15.จงสุภาพกับโลกใบนี้
16.จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17.จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดก็คือความรักมิใช่ความใคร่
18.จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19.จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง
ข้อคิดดีๆจากพุทธศาสนา ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบตค่ะ