วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความหมายของชีวิต

ความหมายของ "ชีวิต" ในแบบฉบับของฉัน
...
ชีวิตของฉันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมากำหนดกฎเกณฑ์ว่ามันจะต้องอยู่ในรูปแบบไหนและเป็นไปในอย่างที่ใครอยากให้เป็นและต้องการคาดหวังให้ฉันต้องเป็นในรูปแบบใดๆ
เมื่อฉันมีสิ่งที่เรียกว่าหัวใจที่เป็นของฉัน..ชีวิตของฉันก็ต้องมีอิสระที่จะเลือกในสิ่งที่ฉันอยากจะทำอยากจะเป็นในรูปแบบที่ฉันพอใจถึงแม้ว่ามันจะดูขัดตาขัดใจต่อความรู้สึกของใครๆหลายคนก็ตาม...

ฉันรู้แต่เพียงว่า …การได้เกิดขึ้นมาแล้วได้ทำตามฝันตามความรู้สึกของตัวเองคือสิ่งที่ถูกต้องเป็นการตอบสนองจิตตนอย่างซื่อสัตและจริงใจกับตัวเองเป็นที่สุด โดยที่บางครั้งสิ่งที่เป็นความฝันนั้นมันจะไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จและความพึงพอใจให้กับคนรอบข้าง

เมื่อฉันเลือกที่จะทำต่อให้ผลมันออกมาเป็นศูนย์อีกสักกี่ครั้งฉันก็จะไม่มีวันล้มเลิกความพยายาม
ฉันรู้ว่าการจะเดินตามฝันมันต้องใช้เวลาไม่มีใครได้ทุกอย่างมาอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ผ่านการทดสอบใดๆ..บางอย่างที่เราได้มาบางครั้งเราก็ต้องเสียบางอย่างให้กับสิ่งนั้นไป

อุปสรรคหลายต่อหลายครั้งที่เข้ามาบั่นทอนพลังใจ มันไม่ได้ทำให้ฉันต้องหวั่นไหว ถึงฉันจะแพ้หรือชนะไม่ใช่เป็นเพราะฟ้าเล่นเกมอะไร...แต่มันอยู่ที่ว่า..ฉันไม่ได้มีฟ้าเป็นคู่แข่งในเกมของฉันต่างหาก
...
เมื่อฉันมีความฝัน...
ฉันมักจะใช้หัวใจนำทางมากกว่าการใช้เหตุและผลเพื่อดูความเหมาะสมมาวัดผลของความสำเร็จและความน่าจะเป็นไปได้ใดๆ...เพราะว่าฉันไม่ต้องการที่จะสูญเสียเสียงข้างในหัวใจของฉันไป
ด้วยเหตุนี้แม้คนทั้งโลกจะมองว่าฉันบ้าบอกว่าฝันของฉันมันไม่ใช่มันเป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่สร้างสรรค์หาความจริงไม่ได้

แต่เมื่อเสียงของหัวใจมันบอกให้ทำ...ฉันก็จะทำตามเสียงของหัวใจ...
เพราะฉันรู้ว่าสิ่งที่เลื่อนลอยไม่เคยทำร้ายใคร..ซึ่งก็เหมือนกับความฝันของฉันมันก็ไม่ได้ทำให้ใครต้องเดือดร้อน..เพราะฉะนั้นวันนี้ฉันถึงเลือกที่จะก้าวเดินตามทางที่ฉันได้ฝันไว้ต่อไป

“และนี่ก็คือความหมายที่แท้จริงที่สุดของการมีชีวิตอยู่ในความรู้สึกซึ่งเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของฉัน ซึ่งคนที่ไม่มีความฝันคงจะไม่เข้าใจ”

...สำหรับหัวใจทุกดวงที่มีความฝัน...
เมื่อพบกับขวากหนามไดๆก็จงอย่าหวั่นกลัวจนทำให้ต้องสูญเสียพลังความฝันไป
...
ส่วนหัวใจดวงใด...ที่ยังไร้ความฝันมองไม่เห็นทางที่จะก้าวไปก็จงพยายามต่อไปจนกว่าจะได้พบกับสิ่งที่ฝัน..
“หากคุณพยามค้นหาแล้วยังไม่พบ...ก็จงรอต่อไป”

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความห่วงใยจากสายลม

หากฉันมีกล่องสักหนึ่งใบไว้ใส่คำอธิษฐาน 
 ฉันจะเก็บเกี่ยวภาพความทรงจำจากวันวานล็อกใส่กุญแจไว้ 
แล้วส่งไปให้กับสายลมช่วยพัดพา
เอาความสุขสงบมาสู่ใจของคนไทย 
ขอวานสายลมช่วยดลใจ...เติมเต็มรอยแยกตรงกลางใจ
ของพี่น้องผองไทยทุกๆคน
 ให้เรื่องราวแต่ก่อนเก่าเฝ้าย้ำเตือนความทรงจำ 
 ให้รักช่วยชุบใจ ให้ฟากฟ้าโอบกอดไว้
 ให้พระจันทร์ขับกล่อมความระทม
 ให้เธอจงซึมซับความสงบและสันติ
 ปล่อยใจเปิดตาที่มีม่านบางอย่างมากั้นไว้
 ให้ไอรักสมัครสมานเข้าไปสถิตอยู่กลางใจ
 อุปสรรคทั้งหลายให้เลือนรางจากสายตา

เพื่อนไทยเอย ช่วยสงบและรับฟัง
ในความทรงจำแม้ภาพนั้นจะสั้นและเลือนราง
แต่วันนี้ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจะกล่าวขาน
เรื่องราวที่บัดนี้เกือบจะเป็นเหมือนตำนาน
 สายลมแห่งความรักจะบัลดาลภาพความสุขอมตะที่เป็นนิรันกาล
 สายลมแห่งการให้อภัยจะช่วยประสานรอยร้าวรานของคนไทย
ให้หวนคืนความสดใสผ้นกลับไปยังวันวาน
 แต่ก่อนเก่าเราร่วมกันฝ่าฟันมาเคียงบ่าเคียงไหล่จนเป็นไทย 
 แต่บัดนี้เริ่มเปลี่ยนไปดังสายลมพัดพาไปไม่ถึงกัน

 พระจันทร์ลอยเด่นอยู่บนนภาท่านได้ยินเสียงร่ำหาความเป็นธรรม
เมื่อรู้ว่าเสียงหัวใจไทยร้องร่ำ...จึงบอกผ่านพระอาทิตย์ให้ช่วยมอง
และขอร้องให้สายลมช่วยเปลี่ยนแปลง

วันนี้ก่อนที่มันจะสายจนเกินไปอยากให้ไทยช่วยสิ้นสุดกันเสียที
 เราได้ก้าวผ่านคืนวันเวลาดีๆเหล่านั้นมากันไกลแสนไกล
 จนทำให้เราเกือบจะหลงลืมความเป็นไทย
รอยยิ้มไทยครองในห้องหัวใจอันร้าวราน 

ฉันรู้ว่าถึงมันจะไม่ง่าย
ถึงเพื่อนไทยทั้งหลายจะยังไม่ได้สติอย่างใจหวัง
 ถึงปริศนาที่คาใจไม่ได้ไขให้ปรากฏเป็นพลัง
 เช่นนั้นเราก็ควรปลดลดที่หัวใจ...สลักความชอกช้ำกับผืนทราย
คลื่นทะเลจะซัดสาดเรื่องร้ายๆให้สลาย
ภายใต้อ้อมกอดฟ้าสีคราม

...ตราบเท่าที่พระอาทิตย์ยังคงทอประกาย ขอให้ไทยจงมั่นไว้ในความงาม กิตติศัพท์มากมายที่ร้ายๆอย่าได้ทำให้เราต้องอับอาย ความงดงามของไทยไม่เคยจะเลือนหายแค่วันนี้เมฆครึ้มกั้นบังไว้เมื่อคราใดที่พระอาทิตย์สาดลงไปเมื่อนั้นเมืองไทยจะพบทาง...

                                             

                                ...วัคซีน...

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศิลปะแห่งรัก

ความรักมีรูปแบบหลากหลาย มีแบบฉบับเฉพาะตัวของใครก็ของคนนั้น รักไม่มีแบบ ไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่เคยทำให้ใครหยุดคิดในเรื่องความรัก ความรักไม่ใช่ปัจจัยในการดำรงชีวิต แต่ความรักสามารถหล่อเลี้ยงและชุบชีวิตที่กำลังจะเฉาตายให้ฟื้นคืนใหม่อีกครั้ง

ความรักมักเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งใจ แล้วก็มักจากไปอย่างไร้ล่องรอย ความรักไม่มีวันตายแต่เลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่เคยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์สักที

ความรักคือการเรียนรู้ศิลปะชีวิตของคนที่เราคิดจะรัก แต่ใช่ว่าความรักจะทำให้คนที่เรารักจะเข้าใจและรับรู้ทุกอย่างในสิ่งที่เราคิด

ความรักไม่มีพิษ แต่มีฤทธิ์มีเดช บางเวลาก็บัลดาลให้คนซึมเศร้า บางครั้งให้เอาแต่ใจ บางทีให้มีแต่ให้ แต่หากวันไหนไม่ถูกใจก็แผดเผาให้วอดวายบรรลัยกัน

วันนี้ก่อนที่คุณคิดจะมีรัก คุณเข้าใจความรักและเรียนรู้ความต้องการของหัวใจคุณดีหรือยัง แล้วคุณเคยรู้บ้างไหมว่า คนที่คุณรักเค้าไม่ต้องการให้คุณบอกเค้าภายหลัง ในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำที่คุณเคยบอกกล่าวกับเค้าในตอนแรก

เมื่อรักต้องลืมว่าเราเคยเจ็บมายังไง เมื่อรักต้องลืมว่าคนเก่าดียังไง เมื่อรักต้องอย่าลืมว่าเราเคยห่วยเรื่องอะไร เมื่อรักจงอย่ามองเขาดีเกินไป เมื่อรักต้องถามว่าหัวใจเราว่าต้องการคนแบบไหน เมื่อรักอย่าคาดหวังให้เขาดีกับเราอย่างไร เมื่อรักต้องรักอย่างเชื่อใจ และเมื่อเลิกรัก อย่าบอกว่าเขาดีเกินไป

!!อย่าเอาความรักที่สวยงามมาเผาเล่นเพื่อดับไฟในอารมณ์!!

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พรุ่งนี้ต้องดีกว่าหากเราตั้งใจ

การได้เกิดมามีชีวิตใช้เวลาแค่เพียงแค่ไม่นาน...แต่ในการจะทำให้ชีวิตที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วมีค่ามีความหมายมีความดีงามสร้างไว้ให้ประวัติศาสตร์ได้จดจำอาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิตในการแสดงให้เห็นถึงการกระทำนั้น หลายหนหลายครั้งที่การกระทำถูกปฏิเสธถูกคนมองไม่เห็นถึงคุณค่า หลายครั้งที่การกระทำของเราที่คิดว่าดีแล้วนั้น...กลับย้อนมาสร้างความกดดันและบั่นทอนกำลังใจของตัวเราให้หดหายเสื่อมถอยด้วยค่าลง หลายครั้งที่เราก็ไม่อยากจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ หลายครั้งเราไม่มั่นใจในความคิดของคนอื่นว่าจะมีความจริงใจและเปิดรับในสิ่งต่างจากความคิดอีกมุมหนึ่งที่เขาควรจะรับไว้บ้างเพื่อพิจารณาก็ยังดี..

ด้วยเหตุนี้จึงมีอัจฉริยะบุคคลมากมายที่มักจะถูกลืม และด้วยเหตุนี้จึงทำให้อัจฉริยะบุคคลทั้งหลายที่มีความมั่นใจน้อยต้องจมตัวอยู่กับคำถามและความน้อยอกน้อยใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าคนเราทุกคนมีความตั้งใจและมั่นคงกับจิตใจของตัวเองอย่างแรงกล้า...เวลาที่เราเลือกจะทำอะไร..ไม่ว่าผลมันจะออกมาอย่างไรก็จงอย่าเสียใจในสิ่งที่เราได้กระทำ แต่จงมั่นใจภูมิใจวางใจปล่อยใจในสิ่งที่คุณได้กระทำไปแล้ว และจงเสียใจในสิ่งที่คุณคิดได้แต่ไม่ได้ทำอะไรลงไปเลย..เพียงแค่นี้ความคิดดีๆมันก็จะยังคงคุณค่าอยู่กับเราได้ตลอดไป แก่นแท้ของความเป็นปราชญ์ต่อให้เวลานี้ตอนนี้ยังไม่มีใครคนใดมองเห็นต่อให้เวลาผ่านไปนานสักเท่าไหร่ต่อให้คุณต้องใช้เวลาตลอดชั่วชีวิตในการแสดงให้เห็นก็ไม่ได้ทำให้บุคลิกเนื้อแท้แห่งความเป็นปราชญ์นั้นเสื่อมด้วยสูญค่าลงไป

มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเอาชนะ ความโง่ ด้วยการท้อแท้และถอยไปเพราะการต่อสู้กับอุปสรรคก็คือการเอาชนะความไม่รู้ของเรา เมื่อไหร่ที่เราได้เป็นผู้ชนะเมื่อนั้นเราก็จะหลุดพ้นจากความไม่รู้ หลุดจากคำถามที่ตั้งโจทย์จากความโง่เง่าเพื่อรอให้คนอื่นมาตอบ เพราะคำตอบที่เราต้องการไม่ได้มาจากคนนอกแต่แท้จริงแล้วเราต้องหามันจากจิตวิญญาณของเรา...วันนี้ก่อนที่คุณคิดจะทำอะไรเคยตั้งถามกับตัวเองบ้างไหมว่าคุณได้ทำจากจิตวิญญาณหรือเปล่าและคุณต้องการอะไรในสิ่งที่คุณกระทำ?


...... เมื่อไหร่ที่เราปล่อย ให้ความรู้สึกอ่อนไหวในจิตใจของเราลำพองตัว เมื่อนั้นมันก็จะเข้ามาดึงเอาความฝันของเราไป และเมื่อนั้นเราก็จะกลายเป็นบุคคลที่ได้รับโล่ ว่าเป็นผู้ที่มีความโง่เขลาเป็นอันดับหนึ่งของจักรวาลอย่างเต็มตัว และเมื่อนั้นเรามั่นใจไหมว่าเราจะยอมรับตราโล่อันนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ....

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

น้ำค้างละเมอ

ในชีวิตของใครๆหลายคนอาจจะมีความทรงจำดีๆในชีวิตได้ไม่บ่อยครั้งแต่ถ้าจะให้พูดถึงอารมณ์ของความล้มเหลวผิดหวัง เชื่อได้ว่าคำๆนี้หลายๆคนคงจะไม่มีใครบอกว่า ไม่รู้จักและคุ้นเคยกับมันหรือบางคนอาจจะพูดได้ว่า !! ฉันนี้แหละ!!ทำไมนะฉันถึงต้องซวยพบกับมันอยู่บ่อยๆด้วย!! และหนึ่งในผู้คนเหล่านั้นฉันขอยอมรับว่าตัวของฉันตอนนี้กำลังประสบพบเจอกับอารมณ์นี้อีกครั้งหนึ่งแล้วครับท่าน ..

ฉันรับรองว่าอารมณ์อย่างนี้เมื่อมันแวะเวียนเข้ามาหาใครสักคน คนๆนั้นไม่ว่าจะมีความสามารถ และเข้มเข็งสักปานใด ก็คงจะหลบซ่อนตัวให้พ้นจากความรู้สึกเจ็บปวดไปไม่ได้ ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ว่าคุณจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนมันก็จะตามไปจิกไปกัดคุณทุกๆที่ ตราบเท่าที่คุณยังมีอารมณ์และความรู้สึกร้อนหนาวอยู่ และใครๆหน้าไหนก็ไม่อาจจะเข้ามารับรู้และสับเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้สึกนี้ออกไปจากตัวคุณได้ นอกจากตัวเราเองเท่านั้นที่จะต้องอดทนแก้มันให้ผ่านพ้นไปด้วยตัวของเราเองอย่างท้อๆแต่ก็ต้องทำ เพราะว่ามันเป็นปัญหาของเรา

มีใครหลายคนชอบบอกเอาไว้ว่าไม่เคยมีอะไรที่จะคงอยู่ไปได้ชั่วนิรันดร์ แต่รู้ไหมว่าคำพูดคำนั้นคนที่พูดมันออกไปคงจะกำลังลืมไปสักอย่างหนึ่งว่า บนโลกใบนี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มันไม่เคยมีที่สิ้นสุด และมันก็ไม่เคยออกห่างเราไปได้เนิ่นนานและยาวไกลเลยสักที...สิ่งๆนี้ก็คือสิ่งที่ใครๆเค้าก็เรียกกันว่าปัญหาไง..ฉันเคยตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งว่าปัญหาและความทุกข์มันจะไปสิ้นสุดกันตรงไหน แต่ก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้เลยสักที เพราะเท่าที่ตัวเองได้มีชีวิตอยู่นี้ก็ยังไม่เคยเลยสักครั้งที่จะถอยห่างไปจากมันได้นานๆหรือว่าตลอดไป

หากตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้จะพอยังมีผู้วิเศษคนใดอาศัยอยู่ ก็ขอให้พระเจ้าช่วยส่งเขามาทีได้ไหมช่วยมาสอนฉันให้ได้รู้ไปทีเถอะว่าปัญหามันต้องการอะไร มันศึกษาหลักสูตรทรมานคนมาจากสำนักไหนทำไมมันถึงเก่งกาจได้ใจขนาดนี้ และคนบนโลกใบนี้จะมีใครสักคนไหมที่จะเอาชนะปัญหาได้โดยที่ไม่ต้องสูญเสียกำลังใจและอะไรไปทั้งสิ้นขอได้ไหมใครสักคนช่วยมาตอบให้ฉันฟังสักครั้งได้ไหม ฉันจะได้หมดความสงสัยไปเสียที


ฉันไม่ได้ต้องการอยากมีชีวิตที่รุ่งเรืองสดหรือว่าอยากจะบินสูง ระฟ้าอยู่ตลอดไปเพียงแต่ฉันต้องการที่จะค้นหาตัวตนที่ดีกว่าเท่าที่เป็นอยู่และต้องการที่จะให้ตัวเองเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ดีกว่ามันมีค่าและคุ้มค่าเมื่อเราได้ตั้งใจออกค้นหามันจนเจอ ..นี่แหละชีวิตของฉันที่วันๆก็เฝ้าแต่ละเมอให้เจอในสิ่งที่ฝัน.. และเมื่อตื่นขึ้นมามันก็ยังคงเป็นแค่สิ่งที่ฝันไว้และไม่นานมันก็หายไป...เฮ้อ..เศร้าต่อไป...แต่จะไม่ยอมหยุดฝัน..

...ถ้าความคิดเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึก ฉันก็จะเลือกคิดเลือกฝันถึงแต่เรื่องที่ฉันรู้สึกดี...ความฝันของฉันถึงมันจะเลือนรางและแผ่วเบาแต่มันก็มาจากความตั้งใจของหัวใจที่มั่นคง...

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คู่ชีวิต

หากชีวิตต้องมีถ้อยคำว่ารัก และใครก็อยากรู้จัก
จะมีสักกี่คนที่โชคดี รักที่ใครเฝ้าคอยตามหา ถ้าเจอสักคนที่โชคชะตาบันดาลให้มาเป็นคู่กัน
และวันนี้ฉันมีเธอจับมือเคียงข้างกัน ถึงชั่วนิรันทร์ ไม่มีสักวันต้องแยกทาง
เธอใช่ไหมกำหนดไว้เป็นใครคนนั้น ที่วันนี้เราได้พบกันได้รักกัน
ช่างเป็นของขวัญที่แสนดี เธอได้ไหม อยากจะให้เป็นคู่ชีวิต อยากจะรักกันเนิ่นนานเรื่อยไป
โปรดอย่าพรากหัวใจให้เลิกรา
หนึ่งชีวิตอยากมีสักคนแค่นี้ จะเสียน้ำตากี่ที ก็พร้อมยินดีให้ได้มา รักต้องการได้เจอกับรัก
ต้องการสักคนไว้รับฝาก ชีวิตจวบวันที่สิ้นใจ และวันนี้ฉันมีเธอจับมือเคียงข้างกัน ถึงชั่วนิรันทร์
ไม่มีสักวันต้องแยกทาง เธอใช่ไหมกำหนดไว้เป็นใครคนนั้น ที่วันนี้เราได้พบกันได้รักกัน
ช่างเป็นของขวัญที่แสนดี เธอได้ไหม อยากจะให้เป็นคู่ชีวิต อยากจะรักกันเนิ่นนานเรื่อยไป
โปรดอย่าพรากหัวใจให้เลิกรา เธอใช่ไหมกำหนดไว้เป็นใครคนนั้น ที่วันนี้เราได้พบกันได้รักกัน ช่างเป็นของขวัญที่แสนดี
เธอได้ไหม อยากจะให้เป็นคู่ชีวิต อยากจะรักกันเนิ่นนานเรื่อยไป โปรดอย่าพรากหัวใจให้เลิกรา

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กรวดน้ำให้คนที่ชั่วอย่างตั้งใจ

อดีตมันผ่านไปแล้ว แต่ฉันกลับยังรู้สึกเหมือนว่า ชีวิตฉันกำลังถูกหักหลังจากกาลเวลา
มีใครบางคนเคยบอกเอาไว้ว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และซักวัน ความจริงจะต้องเปิดเผย
และเมื่อถึงตอนนี้เมื่อความจริงเผยตัวออกมา ฉันก็กำลังเจ็บปวดเพราะต้องมารับรู้เรื่องราวของความจริง
เจ็บปวดที่ต้องมาบอกกับตัวเองว่าต้องทำใจ เจ็บปวดที่ต้องมารับรู้ว่ามีบางคนตั้งใจให้ทุกสิ่งอย่างต้องออกมาเป็นอย่างนี้ ความฝันที่เคยมีบัดนี้หายลับไปกับน้ำตาที่มันไหลไป
และฉันก็จะไม่ปล่อยให้มันไหลย้อนกลับมาซ้ำเติมตัวฉัน
ให้ได้รับรู้อีกว่าตัวฉันนั้น ..โง่เง่า..แค่ไหน


ฉันพยายามบอกกับตัวเองว่าเรื่องร้ายๆเดี๋ยวไม่นานมันก็จะผ่านไป
แต่รู้บ้างไหมว่ามันไม่ง่ายเหมือนอย่างที่ใครๆชอบบอกเอาไว้ว่าให้หลับตาแล้วลืมมันไป
สิ่งที่ทำได้คือพยายามที่จะไม่ไปนึกถึงมันซึ่งมันก็ยากเย็น
เพราะในความเป็นจริงชีวิตคนทุกคนที่ประกอบไปด้วยเลือดเนื้อควบคุมด้วยระบบสมองและหัวใจ
ย่อมไม่อาจจะฝืนและต้านทานปฏิกิริยาธรรมชาติของความรู้สึกในจิตใจของตัวเองได้
ฉันไม่อาจให้สัญญากับตัวเองได้ว่าฉันจะรักษาหัวใจฉันให้หายเป็นปกติได้ทันที
แต่ฉันจะสัญญากับตัวเองว่า ฉันจะไม่มีวันให้พวกที่ทำให้ฉันต้องเสียใจ
ได้เห็นน้ำตาของฉัน..พวกเขาจะไม่มีวันได้สะใจที่ทำได้อย่างที่ใจคิด
...เก่งนะที่ทำให้คนอย่างฉันคนนี้เชื่อได้สนิทใจในความดี...
เก่งนะที่พยายามบอกว่าไม่มีทางเลือกใด เก่งนะที่หลอกกันได้ตลอดเวลาอันยาวนาน
เก่งนะที่ยังไม่รู้สึกเสียใจอะไร เก่งนะที่ยังเชิดหน้าชูตาได้อย่างสบาย
เก่งนะที่เกิดมาทำได้ถึงขนาดนี้..ขอให้มีความสุขและภาคภูมิในความเก่งที่มีมากับตัวอย่างตั้งใจ
...สุดท้ายขอให้เก่งอย่างนี้ได้ตลอดไป...โชคดีมีชัยขอให้ได้ทุกอย่างดังใจที่หวัง...


!!แต่พวกคุณจะรู้กันบ้างไหมว่าหากบนโลกใบกลมๆแห่งนี้ธรรมชาติยังไม่หยุดทำงานผิดพลาด จนทำให้ได้เกิดสร้างคนอย่างพวกคุณให้ได้เกิดขึ้นมาถึงแม้ว่าจะมีสักเพียงแค่หนึ่งคนในชั่วร้อยชาติพันปี ก็ยังถือได้ว่ามีมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ!!