วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข้อดีของการไม่มีแฟน

1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์ งอน ง้อ
2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น
3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร
4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน
5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ไม่ต้องคอยซื้อของขวัญอะไรให้ใคร
6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ มันส์ในอามรมณ์อย่างสุดๆ
7.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น
8.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก
9.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา
10.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ(และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)
11.ไม่ต้องคอยหึงหวง ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ
12.ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า
13.มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่
14.ไม่ต้องฟังคำว่า"อนาคตของเราและรักแท้"
15.ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก
16.ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจเขา
17.ไปหาเพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้
18.ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ (เฮ้อออ....เปลืองอ่ะ)
19.อยากหิ้ว อยากจิก ใครก็ได้ไม่มีคนคอยตามประกบ
20.พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน
21.ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจเขา
22.ไม่ต้องรอคำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง
23.ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องเปลืองตัวไม่ต้องกลัวเอดส์
24.มีทางเลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น
25...........ไม่ต้องร้องไห้............
26.ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงเขา
27.คิดถึงคนหลายๆ คนพร้อมกันได้
28.คิดถึงตัวเองมากขึ้น
29.ชินกับการอยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว
30.เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ม่ายมีใครหวง

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

!!โอ้มายก็อด..แปลกกว่านี้มีอีกไหม..

รวมพลคน ชื่อ-นามสกุล สุดแปลกที่มีอยู่จริงในประเทศไทย !!!!!
1. สายใจ เกาะมหาสนุก
2. สมศักดิ์ หวังกระแทกคาง
3. หวังนที จู๋ยืนยง
4. ณรงค์ นัดใช้ปืน
5. กันภัย สูญสิ้นภัย (นายหน้าประกันหมดสิทธิ์)
6. อูโน่ หลาวทอง
7. ท้ายรถ (ชื่อคน)
8. อธิป จู๋กระจ่าง(เป็นญาติกับหวังนทีหรือเปล่าเนี่ย)
9. ศักดิพันธ์ ชอบนอนหงาย (แต่งงานซิจะได้รู้ว่านอนคว่ำก็มีดี)
10. บรรจง หนึ่งในยุทธจักร
11. กนกกร เม่งเวหา
12. รรรรรร (อ่านว่า ระ-รัน-รอน)ความอัจฉริยะของภาษาไทย
13. ท่านฮ่องเต้ สมลุนาวัน
14. นารัตน์ พัดลม
15. พล.อ.การุณ เก่งระดมยิง
16. ลำเทียน จ้องผสมพันธุ์ ..(555+)
17 มนศักดิ์ กางมุ้งคอย (ขอลำเทียนแต่งงานเลยพี่)
18. นส. ชะรอยจุติมา (ชื่อ)
19. นส. แลคโตเย่น (ชื่อ)ถ้ามีลูกจะให้ชื่อ เอนฟาโกรไม๊นี่
20 ดินทะยาน แจงใส
21. สร้อยเหม็น ฟางน้อย
22. ไพรัตน์ หม้อน้ำร้อน (ระวังเครื่องพัง)
23. ภาคภูมิ ด้วนรู้ที่
24. หรูหรา ออมตอง
25. วรุณนาโศรก จันทรคดี
26. หรินาท ปรปักษ์เป็นจุล (กลัวแล้วจ้า)
27. ชัยยศ พรหมจารีย์พินาศ(กร๊ากก..ใครทำ)
28. (ชา-ติ-หะ-มา) นามสกุลพระราชทาน
29. วรต อกระโทก
30. ( ชื่อ)บริสุทธิ์ (ตอนโทรสับ มักถามว่า...บริสุทธิ์อยู่มั้ย ?)
31. นักรบ ชนะราวี (พี่)
32. สงคราม ชนะราวี (น้อง) คงไม่ได้เป็นอะไรกับ พล.อ.การุณ เก่งระดมยิงนะ..
33. นิธินัย เหินเวหา
34. ติ๊บ บุญนำ
35. แคน อัครฮาก
36. อ๊อด ไชโย
37 บารมี สมาธิปัญญา (กำลังลาดเอียงสู่โสดาบัน)
38. ( ชื่อ)บานพับ (ประตูไม่มีเหรอ)
39. บรรพต เจ็ดพี่น้องร่วมใจ
40. ชาติชาญ เล่นเอาขำ
41. บุญศรัทธา มหามงคล (ควรเป็นมิตรกับบารมีอย่างยิ่ง)
42. หินชนวน อโศก
43. บุญพอ มีเท(ต้องชื่อบุญเหลือถึงจะถูก)
44. จันมี โถรองมูล (โถน่าสงสาร)
45. ( ชื่อ)สามศร (อันนี้ครูฝรั่งเรียกแล้วฮามากก)
46. นนนที ปล้ำกะโทก
47. การหาญ โดนอม (อ่านว่า โด-นอม)
..... อเมซซิ่งไทยแลนด์จริงๆๆ......

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

30คำถามที่อยากถามนักการเมือง

คุณเคยคิดอยากได้ยินคำตอบที่แน่ชัดในบางสิ่งบางอย่างกับคนบางคนที่คุณรู้จักดีแต่ไม่สู้จะเข้าใจเค้าดีบ้างไหม?
บางอย่างที่ดูเหมือนจะคลุมเครือในความรู้สึก กับคำถามบางคำถามที่มันค้างคาอยู่ในใจ คำตอบที่ได้จะเป็นอย่างไรกันนะ?
1 หน้าที่ของนักการเมืองคืออะไร
2 คำว่าคนของประชาชนในความหมายที่คุณรู้จักหมายถึงสิ่งใดและมีอยู่จริงไหม
3 คุณเคยสัมผัสได้ถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชนบ้างหรือเปล่า
4 ความหวังใหม่หมายถึงการเริ่มต้นครั้งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้นใช่หรือไม่
5 คุณตั้งความหวังกับพระเจ้าให้เข้าใจคุณแบบไหนในขณะที่คุณสาบานตนกับท่านเมื่อคุณได้รับตำแหน่ง
6.คุณเข้าใจในเหตุผลสำหรับการดำรงอยู่ต่อไปกับบางสิ่งบางอย่างที่เราจำเป็นต้องยกเอาไว้ไหม
6.1.คุณลึกซึ้งกับความหมายเหล่านี้แค่ไหน รู้ไหมว่าเค้าหมายถึงอะไรและคุณให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้บ้างหรือเปล่า
7 กรุณานิยามความหมายของคำว่าสัจจะ และ จริยธรรมในกระบวนทัศน์ของคุณมาให้ฟังสัก1วรรค คัดเอาประโยคเด็ดๆเท่าที่สมองของคุณพอจะฝืนใจได้และกรุณาอธิบายให้ฟังเข้าใจด้วย
8 การจัดระเบียบสังคมของคุณหมายถึงคนรวยอยู่บนอาคารคนจนอยู่ตามสวนสาธารณะใช่หรือไม่
9 ทำไมเวลาที่คุณถกกันในสภาถึงดูยุ่งเหยิงไร้ระเบียบอย่างนั้นเคยคิดอยากจะปรับระบบการเถียงให้สามารถตอบโต้กันได้ถึงใจกว่านี้ไหม
10 คุณเห็นคนจรจัดที่นอนอยู่ข้างถนนแล้วรู้สึกอย่างไรและถ้าคุณกำลังหาเสียงจะเข้าไปกราบให้เค้าไปนอนให้เป็นที่เป็นทางไหม
11 ใครปลูกฝังธรรมเนียมการไหว้ทุกอย่างที่ขวางหน้าให้กับนักการเมืองที่กำลังหาเสียง
11.1 คุณรู้สึกขัดเขินบ้างไหมเวลาที่ไหว้คนยาจกตัวสกปรก กรุณาระบายความรู้สึกในขณะนั้นให้ฟังอย่างจริงใจ
12 คุณเคยกลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับความเย็นชาของคนในสังคมไหม
13 คุณคิดว่าการเนรเทศนักการเมืองออกนอกประเทศเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไปหรือไม่
14 คุณเห็นนักการเมืองต่างชาติที่แขวนคอตายเมื่อถูกจับได้ว่าทุจริตแล้วรู้สึกชื่นชมไหม
15 คุณคิดว่าการกระทำอย่างนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นหลังกรุณาตอบออกจากความรู้สึกที่แท้จริง
16 คุณคิดอย่างไรกับการซื้อเสียงและสิ่งนี้มีความสำคัญขนาดไหนกับอาชีพนักการเมืองในจิตสำนึกของคุณ
17 การเตรียมการที่จะเข้ามาเป็นนักการเมืองให้ความสำคัญกับสิ่งไหนมาเป็นอันดับแรกระหว่าง
อุดมการณ์ หน้าที่ นโยบาย กับ หาแหล่งเงินทุนเพื่อซื้อเสียง
18 คุณเชื่อเรื่องการซื้อเสียงไหมว่ามีอยู่คู่กับนักการเมืองจริงๆ
19 คำพูดของนักการเมืองมีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับไหนมีความชัดเจนในถ้อยคำมากน้อยเพียงใด
20 คุณใช้จิตสำนึกส่วนไหนประกาศนโยบายของคุณ ระหว่าง ส่วนจิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก หรือไม่ได้นึกเองเลย แค่คัดเอาคำที่น่าเชื่อถือในพจนานุกรมมาเรียงให้ดูสวยงาม
21 นโยบาย30บาทรักษาทุกโรคแก้ปัญหาความเจ็บปวดได้ไหมหรือว่าเป็นนโยบายที่เปิดช่องทางให้โรงพยาบาลที่รักษาแพงกว่ามีคนไข้มากขึ้น
22 คุณคิดว่าควรมีสถาบันกวดวิชาหรือว่าโรงเรียนดัดสันดานนักการเมืองไหมเผื่อว่าเราจะได้มีนักการเมืองที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น
23 คุณคิดว่าความซื่อสัตย์จะเป็นแสงสว่างในความมืดส่องให้คนหลุดพ้นจากการหลอกลวงได้หรือไม่
24 คุณให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์มากแค่ไหนหรือว่าอยากให้มีอยู่แค่ในจิตสำนึกของคนโง่เท่านั้น
25 บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองได้เพราะมีประชากรที่ฉลาดส่วนการเมืองจะเจริญได้เพราะมีประชากรที่โง่ความเข้าใจอย่างนี้เป็นจริงใช่ไหม
26 เวลาที่พวกคุณเดินทางทำไมต้องมีรถนำขบวนเปิดเส้นทางทำไมคุณไม่รักษากฎจราจร
27 คุณคิดว่าการเดินทางในแต่ละครั้งของพวกคุณเป็นต้นเหตุทำให้โลกร้อนบ้างหรือเปล่า
28 คุณเข้าใจภาษาอังกฤษที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้บ้างไหม ลองอ่านดูซิว่า Save the word คำนี้เค้ารณรงค์ทำอะไร (ถ้าคุณอ่านไม่ออกแสดงว่าคุณตกโทเฟล)
29 แรงดึงดูดที่ทำให้อยากเป็นนักการเมืองคือการจะได้เป็นผู้วิเศษถูกละเว้นทางกฎหมายใช่หรือไม่
30 ถ้าตอนนี้เราเปิดโอกาสให้คุณเปิดใจพูดความจริง คุณอยากจะบอกอะไรกับดิฉันบ้างไหม

..แต่ดิฉันคิดว่าความจริงในการกระทำของคุณ คุณสื่อมันออกมาได้ดีที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาเลย เราคนไทยเข้าใจ

...จำเป็นต้องจบต้นฉบับไว้เพียงเท่านี้ก่อน เข้าใจว่าผู้เขียนวิจารณ์คงเกิดอาการปอดแหกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
!!ระวังเดี๋ยวมันจะมาไม่รู้ตัว
ป.ล ต้นฉบับไม่เกี่ยวข้องด้วยเหตุอันใดทุกประการกับเจ้าของบล็อกไม่ต้องฟ้องรัฐมนตรีไอที..อิอิ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โรคโลกส่วนตัว(โรคอันตรายที่ผู้ชายควรระวัง)

โรคโลกส่วนตัวเป็นโรคที่วิจัยแล้วพบว่าไม่ได้มีการติดต่อกันทางพันธุกรรม ไม่ใช่โรคระบาด ไม่สามารถแพร่ขยายเชื้อให้กับผู้คนรอบข้างได้ เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคนี้มักเก็บตัวอยู่คนเดียว ตัดขาดกับโลกภายนอก แต่อยู่กับโลกเพ้อฝันสร้างวิมานกลางอากาศ จินตนาการถึงโลกหน้าเหมือนจะดูบ้าๆบอๆแต่เขารู้ว่าเค้าสามารถ

ลักษณะอาการและจุดเด่นของผู้ที่เป็นโรคนี้คือ ดูเหมือนจะเป็นคนที่น่าค้นหา มีเสน่ห์แบบลึกลับ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่งตัวแบบไม่แคร์ว่าใครจะด่าตามหลัง มีรสนิยมส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร ชอบฟังเพลงเฉพาะกลุ่ม แบบคลาสสิคโบณาณประมาณ200ปีที่แล้วซึ่งคนทั่วไปฟังยังไงก็ไม่ไพเราะ ไม่ทำตัวตามกระแส ชอบอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว สุขุม ลุ่มลึก พูดน้อยแต่ถ้าพูดออกมาสักคำอาจทำให้คนรับฟังจุกไปถึงศตวรรษหน้า ใจเย็นดูเหมือนจะเป็นมิตรแต่จริงแล้วไม่ค่อยมีใครคบเพราะพูดรู้เรื่องอยู่คนเดียว รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้างแต่ไม่แสดงออกว่าสนใจแต่อย่างใด ช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ ประมาณแบบเพ้อๆ ฝันไปเรื่อยไม่เคยเหนื่อยกับการสร้างโลกใหม่ๆให้ตัวเอง ผู้ที่เป็นโรคนี้จะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเอง มีโลกของตัวเอง มีทางเดินของตัวเองกำหนดวิถีชีวิตของตัวเองด้วยตัวเอง

อาการเริ่มต้นของผู้ที่เป็นโรคนี้คือ มักฝังใจอยู่กับอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านไปแล้วไม่มีใจให้ปัจจุบันฝันถึงแต่โลกอนาคตอนางอ เก็บความรู้สึกเก่า ๆมาทำร้ายตัวเองเล่นๆให้เย็นหัวใจ หรือไม่ก็ใฝ่ฝันถึงคนในอุดมคติแต่ไม่เคยคิดจะออกตามหาบ้าอยู่แต่กับคนในฝันสร้างนิยายรักให้ตัวเองไปวันๆแบบเพ้อๆรอให้ผู้ที่อยู่ในภาพเบลอๆมาเคาะประตูบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้ ชื่นชอบกิจกรรมที่ทำคนเดียว เช่น ท่องอินเตอร์เน็ต ตื่นขึ้นมาก็ล้างหน้ากับไฮ5 ออกเดทกับ msn มื้อเย็นกับ บล็อกสปอร์ท นอนกอดอีเมล อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ นอนดูหนังแผ่นเรื่องโปรดเก่าๆที่ที่มีบทโศกตั้งแต่แผ่นแรกจนถึงแผ่นที่100ดูแล้วน้ำตาท่วมใจทันใดก็หยิบปากกาขึ้นมาเขียนประวัติของตัวเองประมาณว่าตัวเองเป็นนางเอกจินตนาการระดับ5ดาวนั่นแหละเขาเลย (ทำไมเขาถึงแสนเก่งขนาดนี้นะ)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบเจอใครสักคนหนึ่งที่มีโลกส่วนตัวสูง ควรยืนดูเขาอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆอย่าเข้าไปใกล้เขตรัศมีอันตรายเพราะจะทำให้เขามีความรู้สึกว่าถูกคุกคามด้วยความไม่สงบ อย่าแสดงความคิดเห็นเพราะเขารักสันโดษฟีเวอร์ โยนหนังสือปรัชญาให้เขาอ่านเมื่อเขาอาการกำเริบ คือมีทีท่าว่าหงุดหงิดหรือต้องการอะไรสักอย่างแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ อย่าแสดงอาการหงุดหงิดหรือรำคาญใส่เขาเพราะจะทำให้เรายิ่งหงุดหงิดใจเพราะเขาไม่ตอบสนองอารมณ์หรือมีปฏิกิริยาตอบรับจากความรู้สึกที่ถูกสั่นคลอนของบุคคลอื่นอย่างที่เราตั้งใจอยากให้เขาแสดง

คำเตือน!!หากคุณกำลังคบหากับใครสักคนแล้วบังเอิญเขาก็เข้าข่ายว่าเป็นโรคนี้ สิ่งที่คุณควรพึงปฏิบัติเพื่อรักษาสัมพันธภาพระหว่างคุณและเขาไว้นานๆก็คือ เข้าวัดเพื่อฝึกจิตให้ซึมซับคำว่าทำใจและยึดเอาความอดทนไว้เป็นสรณะเพราะว่าการจะไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือแก้ไขวิถีชีวิตของเขานั้นช่างเป็นไปได้ยากยิ่งเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขามีแต่เหนื่อยเปล่าฉะนั้นเจ้าจงยอมรับและทำใจไว้นะจ๊ะเอิ๊กๆๆ......

เขียนจากประสบการเพราะเป็นโรคประจำตัวของกรูเองแรงบันดาลใจจากคำด่าของคนรอบข้าง....กร๊ากๆๆ สงวนลิขสิทธิ์ โดยเจ้าหญิงวัคซีน

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เผชิญหน้าเพื่อหยุดยั้ง

จงเผชิญหน้าเพื่อหยุดยั้งในสิ่งที่เราได้กลายมาเป็น ลบล้างในสิ่งที่เราได้เคยทำมา ปล่อยวางในสิ่งที่เคยทำลงไป ล้มเลิกสิ่งที่กำลังคิดเอาไว้ แล้วมาช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่สงคราม....เพื่อเมืองไทย..เพื่อสิ่งใหม่..เพื่อเปลี่ยนแปลง

โลกยิ่งกว้างใหญ่จิตใจกลับแคบลงยิ่งค้นหากลับยิ่งไม่เข้าใจไม่มีอะไรเป็นเหมือนอย่างที่มันควรจะเป็น คนมากความรู้ไขว่คว้าหาแต่ความเป็นใหญ่ คนมีความคิดรุ่นใหม่มีความภาคภูมิใจกับการค้าขาย แมกกาซีน คนเดินดินยินดีกับการได้เงินโดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกาย สังคมวุ่นวายเพราะโลกบรรจุไปด้วยผู้คนที่สมองโลเล ความสันโดษถูกแบ่งแยกออกจากโลกของผู้คนที่มีความคิดแตกต่าง ความโลภเอาชนะศีลธรรมได้อย่างขาดลอย

เทคโนโลยีสร้างสิ่งอำนวยความสุขให้ร่างกายในหน้าจอทีวีแย่งกันขายยาบำรุงกำลัง แต่ชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ต่างเร่งรีบกันทรมานร่างกายตนเองให้ยิ่งทรุดโทรม มันเป็นเรื่องน่าอดสูจนไม่อาจจะโทษใครได้สำหรับความเจ็บปวดที่ชีวิตเราต้องเผชิญอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแย่งกันค้นหาความเสรีที่มันไม่เคยมีอยู่จริง

ความคิดสร้างสรรค์ถูกปิดกั้นจากคนที่มีฝันใหญ่กว่า การทำลายล้างมากมายจบสิ้นลงในความเงียบที่มีเงินตราเป็นตัวกำหนด ความอดทนไม่ได้เกิดมาอยู่คู่กับความสันติความรุนแรงไม่เคยช่วยแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่แตกต่างทำให้เราเห็นอะไรมากมายหลายอย่าง แต่มันจะไม่มีความหมายอะไรต่อเราเลย ถ้าเรามองไม่เห็นในสิ่งที่เป็นความจริงสิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่แฝงความชั่วร้ายไว้ภายหลังม่านของความสวยงาม

ถึงเราจะไม่อาจทำให้มันถูกต้องได้ทุกอย่าง แต่ทำไมเราไม่หยุดความเลวทรามในสังคมไว้ให้ได้มากกว่าที่มันกำลังเป็นอยู่ เมื่อเกิดความเสียหายมันไม่สามารถโทษใครได้นอกจากตัวเราที่ไม่ยอมเปิดใจเติมเต็มรอยแยกของกันและกัน ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้ ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป..การจะประคองให้อยู่กันอย่างสงบได้ตลอดไปเป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างไรให้อยู่กันอย่างสันติและรักกัน..

....ฉันเชื่อว่าเราจะเชื่อมั่นกันถ้าเราต่างวางมันลง …. “สิ่งที่อยู่ในใจ”…

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ปรัชญายุคใหม่(แปลกแต่จริง)

ผู้ชายทำให้ผู้หญิงรู้จักวิธีที่จะร้องไห้ได้ง่ายขึ้น
ผู้หญิงรู้จักวิธีการโกหกโดยไม่ต้องกลั่นออกมาเป็นวาจา
ผู้ชายเมื่อมีปัญหาครอบครัวมักไปหาหมอนวด
ผู้หญิงเมื่อมีปัญหาครอบครัวจะไปหาหมอดู
ผู้หญิงถ้าติดเพื่อนบอกว่ารักเพื่อนแสดงว่าเขายังไม่มีแฟน
ผู้ชายถ้าติดเพื่อนบอกว่ารักเพื่อนแสดงว่ากำลังเบื่อคนที่บ้านเสียเต็มประดา
สิ่งที่พึงปฏิบัติเมื่อนั่งรถไฟ คือห้ามสบตากับคนขายของ
สิ่งที่พึงปฏิบัติเมื่อนั่งรถเมล์ คือได้ที่นั่งแล้วหลับตาให้สนิทหรือทำเหมือนไม่เห็นอะไร
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนมีอำนาจไม่รู้จักคำว่าคนธรรมดาแม้แต่จะให้แสแสร้งก็ไม่สามารถ
คนเป็นนายกต้องเล่นเกมตอบคำถามทุกวันและคำตอบที่ได้ก็มักจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง
เกมที่รัฐมนตรีชอบเล่นกันมากที่สุดคือเกมเก้าอี้ดนตรี
โรคประจำตัวของนักการเมืองคือ อัลไซเมอร์
กระจกบ้านนักการเมืองมักเป็นกระจกหลอกเพราะหลายคนส่องแล้วลืมตัว
เงินคือยาเสพติดที่หอมหวานที่สุด
ดารานางแบบเรียนรู้วิธีการเดินด้วยศีรษะที่เชิดสูงจากไฮโซผู้ยิ่งใหญ่
เกิดเป็นดาราต่อให้เป็นดาวค้างฟ้า ก็ต้องถูกคนธรรมดาจิกเรียกว่า ไอ้ อี
ในหน้าจอทีวีมีแต่ผู้รู้เลยไม่รู้จะเชื่อใครดี
ที่เหนือสุดของปอดคนคือเขตหวงห้ามมีป้ายปักไว้ว่าห้ามเข้าคนเลยอยู่กันอย่างไม่เข้าใจ
โลกยิ่งกว้างมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้น้อยลงเท่านั้น
ตัวอักษรที่สร้างให้คนเป็นศัตรูกันคือคำว่า ระหว่างกับเหตุไฉนและไม่มีคำอธิบาย
คำที่สร้างบาปให้คนมากที่สุด คือ คำว่าฉันขอสาบาน
คำหลวงในยุคดิจิตอลไอทีคือ คำว่า..ที่รัก
ไขว่คว้ายากที่สุดคือโอกาส
ไขว่คว้าง่ายที่สุดคือลม
ลึกที่สุดคือใจคน
ตื้นที่สุดคือตัณหาไม่ต้องหาก็เจออยู่ในตัวของทุกคน
ไกลที่สุดคือความคิดในสมอง
ใกล้ที่สุดคืออุปสรรคมีอยู่ทุกที่เจออยู่ทุกเส้นทางที่เราก้าวเดิน
หนักที่สุดคือปัญหาแบกกันจนล้นบ่าแต่ก็ยังไม่วายหากันมาแบก
เบาที่สุดคือหูเอาเงินแสนไปถ่วงก็ยังไม่หายเบา
สิ่งที่เสียบ่อยที่สุดคือ เสียเวลา
สิ่งที่เสียยากที่สุดคือ ความรัก จากไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่ยอมเสียไปสักที
น่ากลัวที่สุดคืออยู่คนเดียว
ชื่นชอบที่สุดคืออยู่กับคนที่รัก
เชื่อง่ายที่สุดคือไสยศาสตร์เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่เห็นตามๆกันและเห็นเหมือนกัน
เชื่อยากที่สุดคือเชื่อมั่นความดีในตัวผู้อื่น
ที่ที่คนไปพูดความจริงกันมากที่สุดคือศาลเจ้าแม่
ที่ที่คนไปพูดโกหกกันมากที่สุด คือ ศาลปกครอง
ที่ที่มีความทุกข์มากที่สุดคือทะเล เพราะใครๆก็เอาความทุกข์ไปทิ้งทะเล
ที่ที่มีความสุขมากที่สุดเป็นที่สุดท้ายที่ทุกคนต้องไป

สงวนลิขสิทธิ์ โดยเจ้าหญิงวัคซีน

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

วอนจันทร์ช่วยไทย

วันนี้คนไทยที่อยู่ใต้ฟ้ารู้ตัวบ้างไหมว่าได้ทำคำว่า ... ยิ้มสยามหายไป ...

แม้โลกวุ่นวายเรื่องร้ายโหมกระหน่ำ แล้วเราเห็นไหมว่าใยดวงจันทร์ถึงยังยิ้มได้ หากค่ำคืนใดมองไม่เห็นจันทร์ก็แค่คืนนั้นเมฆหมอกกั้นไว้ แล้วรอยยิ้มของไทยที่เคยสดใสใครรู้บ้างไหมว่ามีสิ่งใดขวางไม่ให้เจอ...
รอยยิ้มของไทยที่เคยมีให้กันเสมอหากใครพบเจอ ช่วยเก็บกลับมาคืนให้เมืองไทย ให้เหมือนดั่งแสงแห่งรักจากดวงพระจันทร์ที่ไม่เคยเปลี่ยนไป ห่างเราเพียงไหนก็ยังสาดแสงลงมา แม้ค่ำคืนใดที่ฟ้ามืดมิด ดวงดาวร้างรา แต่เมื่อข้ามผ่านเวลาจันทร์ก็ยังฉายมาเหมือนเคย


...หากเป็นโชคชะตาที่พาใจเราห่างไกลหรือเป็นเพราะใครทำให้เราเผลอล้างใจเราให้เบลอจนลืมนึกถึงว่าเราคือไทย ก็ขอพระจันทร์โปรดช่วยดลให้ผู้คนเหล่านั้นช่วยกันกลับใจ...สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่สงคราม ..

ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดจนมองไม่เห็นทางในอนาคต...เมื่อคนไทยไม่ลดช่องว่างในใจ
ขอวอนดวงจันทร์ช่วยเสริมพลังเติมความรักสมัครสมานเข้าให้ในใจ...ทำให้ความว่างเปล่ามันจางหายไป..

...ก่อนที่ลูกหลานไทยจะหลงลืมไป...ว่าสยามแห่งไทยก่อนเคยงดงาม...