วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เสรีภาพที่คนไทยพึงมี

    สังคมไทยในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าผู้คนจำนวนมากที่ยอมปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามการชี้นำของผู้อื่น ทำตามอำนาจสั่งการของบุคคลอื่นหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยไม่เคยตระหนักในตนเองเลยว่า นั่นคือการสูญเสียคุณค่าแห่งการเป็นมนุษย์ของตนเองไปจนเกือบสิ้นแล้ว เรามักได้ยินการเรียกร้อง ปลุกระดม ออกคำสั่งให้มีการประพฤติปฏิบัติตามความเชื่อ ค่านิยม ธรรมเนียมประเพณี รวมถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนไทยกันอยู่เสมอๆและเราก็ทำตามๆกันมาเสมอเป็นเวลาช้านาน

    เราไม่เคยได้รับการสนับสนุนให้มีการตรวจสอบความเป็นมาของสังคมเราเลยว่าสิ่งที่เราต้องประพฤติปฏิบัติตามนั้นมันจะยังคงใช้ได้กับเราและเป็นสิ่งที่จะถูกต้องดีงามกับเราไปจนตลอดกาลนานเลยหรือ เราไม่เคยได้รับการสั่งสอนให้เป็นคนใหม่ในสังคมเลย คนในเมืองไทยของเราจึงมักจะทำอะไรแบบเก่าๆซ้ำๆทำตามคนอื่นชี้นำให้อยู่เสมอๆ

     อาจเป็นเพราะคนไทยยังคงมีความเชื่อกับความกลัวและ/หรืออาจเป็นเพราะไม่เข้าใจในความหมายของคำว่าเสรีภาพย่างชัดเจนจริงๆ ผู้เขียนเลยอยากนำเอาความหมายเนื้อความ สารัตถะของคำว่าเสรีภาพในสาขาต่างๆมาให้อ่าน ซึ่งผู้เขียนเองคัดมาจากหนังสือปรัชญาหลายๆเล่มที่ผู้เขียนได้อ่าน โดยไม่ได้เจาะจงให้ทราบว่าเป็นของสำนักใดซึ่งผู้เขียนคิดว่ามันอาจจะเป็นการล่อแหลมทางความคิดเกินไปหากกระทำเช่นนั้น เพราะผู้เขียนตั้งใจจะสื่อสารและถ่ายทอดเนื้อความของคำว่า “เสรีภาพ”

      จริงๆแล้วความหมายของคำว่าเสรีภาพนั้นมีความอ่อนไหวอยู่ในตัวเอง การจะยึดถือการนิยามของสำนักใดๆนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะจากหนังสือปรัชญาหลายๆเล่มที่ผู้เขียนได้อ่านผู้รู้หรือนักปรัชญาหลายๆคนก็มีความขัดแย้งกันเองมีความเชื่อมั่นในความคิดของตนเองซึ่งผู้เขียนเองบางครั้งก็งงๆ แต่ก็เห็นด้วยในสิ่งที่หลายๆท่านได้นิยามไว้ซึ่งผู้เขียนก็จะคัดเลือกเอาส่วนที่เป็นกลางที่สุดมาให้อ่าน เพราะคิดว่าคงจะเป็นการดีที่สุดในการตัดสินใจครั้งนี้

     ลักษณะสำคัญในความหมายของ“คำว่าเสรีภาพ”นั้นแบ่งได้เป็น2ประการ

ประการแรกคือ: เสรีภาพที่ใช้ในความหมาย อิสระจากข้อผูกพันทุกอย่าง หรือมีอิสระภาพที่จะทำอะไรก็ได้

ประการที่สองคือ: มีความหมายไปในทางทำให้เกิดความพึงพอใจ(อิฏฐารมณ์)หรือเป็นไปตามความปราถนาแห่งตนเช่น พ้นคุก นักเรียนที่พ้นจากการบังคับให้ต้องไปโรงเรียน

      เสรีภาพในความหมายนี้ก็คือความสามารถที่จะพ้นจากความไม่พึงพอใจแต่ถ้าหากผู้ใดต้องว่างงานซึ่งเป็นสภาพที่ไม่พึงพอใจ ก็ไม่เรียกว่ามีเสรีภาพ (ชักงงแล้วใช่ไม๊)ปรัชญาก็อย่างนี้แหละถ้าไม่สงสัยไม่งงไม่เรียกว่าเป็นปรัชญา..เรามาไปกันต่อดีกว่า…

     ในทางปรัชญานั้นนักปรัชญาได้นิยามความหมายของเสรีภาพว่า เป็นการปราศจากการคัดค้าน ทั้งนี้เพราะการคัดค้านย่อมทำให้เกิดความไม่พึงพอใจ ทำให้ความหวังของบุคคลไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ การคัดค้านเป็นเหตุให้สิ่งที่มนุษย์พึงพอใจพลัดพรากจากมนุษย์ไป แต่โดยแท้จริงแล้วการคัดค้านมิใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป ถ้าหากการคัดค้านนั้นเป็นเรื่องของกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่วางไว้เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดในสังคม

     นักปรัชญาหลายท่านเชื่อว่าเสรีภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความเป็นมนุษย์ มนุษย์ไม่สามารถละทิ้งความเป็นเสรีภาพของตนเองได้ มนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นเสรีภาพและเป็นไทแก่ตัวเอง ไม่มีใครอื่นจะบังอาจเป็นเจ้าของเขาได้โดยไม่ได้รับการยินยอม ไม่ว่าจะโดยกลวิธีใดๆ

     การจะกล่าวว่าลูกของทาสเกิดมาเป็นทาสก็เท่ากับว่าเขามิได้เกิดมาเป็นมนุษย์เลย ทั้งนี้เพราะการปฏิเสธเสรีภาพก็คือการปฏิเสธความเป็นมนุษย์ สิทธิในฐานะที่เป็นมนุษย์และหน้าที่ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ไม่มีอะไรที่จะเป็นสิ่งทดแทนให้เสมอได้...

    ในแนวทางการเมืองการเมือง ความหมายของเสรีภาพมีกล่าวถึงไว้เป็นแนวบวกและแนวลบ

ความหมายในแนวบวกคือ : บุคคลสามารถปกครองตัวเองได้ รัฐบาลเป็นของประชาชนไม่มีการจำกัดขอบเขตแก่ประชาชน รัฐบาลกระทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน

ความหมายในแนวลบคือ : ประชาชนมีเสรีภาพได้ภายใต้อำนาจแห่งรัฐ รัฐไม่อาจมาย่ำยีประชาชน และไม่บังคับประชาชนให้เป็นไปตามใจชอบ แต่จำเป็นต้องวางแนวทางไว้ปฏิบัติร่วมกัน

      ในด้านศาสนา แนวความคิดด้านเสรีนิยมจะปรากฎออกมาในรูปของการเลือกนับถือศาสนาตามใจปราถนา และมีความเชื่อว่า การอยู่ใกล้กับพระเจ้าไม่เป็นเหตุให้มนุษย์บรรลุการรู้แจ้งได้ แต่มนุษย์จะต้องรู้แจ้งได้โดยอาศัยการใช้เหตุผลของตนเองโดยผ่านประสบการณ์ของแต่ละบุคคล การรู้แจ้งคือแจ้งถึงคุณธรรมในตัวมนุษย์ มิใช่การรู้สัจธรรมที่ได้รับจากพระเจ้า

     ทางด้านเศรษฐกิจนั้น เสรีภาพคือการยอมรับว่าบุคคลแต่ละคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางด้านธุรกิจ โดยถือว่ากิจกรรมของสังคมสามารถประสานกลมกลืนกันได้โดยปล่อยให้แต่ละบุคคลดำเนินการเพื่อผลประโยช์ส่วนตัวของตน บุคคลแต่ละคนมีธรรมชาติที่จะยกระดับตนเองเพื่อบรรลุถึงความต้องการตามธรรมชาติของตน

     ถ้าปล่อยให้มนุษย์กระทำตามธรรมชาติ ผลพลอยได้ก็คือ สังคมโดยส่วนรวมจะเจริญขึ้น เพราะสิ่งที่มนุษย์เลือกให้ตนย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อบุคคลอื่นด้วย ทั้งนี้เพราะสิ่งที่มนุษย์เลือกให้ตนเองนั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม “ไม่มีอะไรดีสำหรับตัวของผู้เลือกถ้าหากว่าไม่ดีสำหรับผู้อื่น”

      ดังนั้นรัฐจึงไม่ควรเข้าไปควบคุมกิจกรรมของปัจเจกบุคคล รัฐควรปล่อยให้บุคคลแต่ละคนได้ใช้พลังสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคลให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้เพราะมนุษย์จะถูกชักนำให้กระทำกิจกรรมอันมีผลดีแก่สังคมส่วนรวมโดยไม่ตั้งใจ....

“ลักษณะโดยทั่วไปของแนวความคิดด้านเสรีภาพก็คือส่งเสริมให้มนุษย์ได้มีอิสระในการใช้ชีวิต กระตุ้นให้คนมีการพัฒนาเสริมสร้างความคิดความสามารถของตนเอง เพราะมนุษย์ย่อมมีตนเองเป็นสิ่งสำคัญ”

....ผู้เขียนหวังว่าบทความที่ได้คัดสรรค์มาให้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับสภาพของสังคมไทยเราที่กำลังวุ่นวายยุ่งเหยิงเพราะคนหลงลืมในสิทธิเสรีภาพแห่งตน....  



                                                                                                        .....วัคซีน……

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปรัชญาการเมือง

 
 ~ในสภาวะที่การเมืองกำลังวุ่นวายบ้านเมืองก็ร้อนระอุเป็นไฟอยู่ในขณะนี้....คุณเคยคิดอยากได้ยินคำตอบที่แน่ชัดในบางสิ่งบางอย่างกับคนบางคนที่คุณรู้จักดีแต่ไม่สู้จะเข้าใจเค้าดีบ้างไหม?

~บางอย่างที่ดูเหมือนจะคลุมเครือในความรู้สึก กับคำถามบางคำถามที่มันค้างคาอยู่ในใจ คำตอบที่ได้จะเป็นอย่างไรกันนะ?

~  จริงๆแล้วบทความนี้เขียนและโพสไปแล้ว  แต่ตอนนี้อยากจะเอามาโพสถามอีกครั้งเพราะเชื่อว่าประชาชนคนไทยก็คงอึดอัดและเบื่อหน่ายในหน้าที่จอมปลอมของนักการเมืองหลายๆคน
    การประชุมสภาที่ผ่านๆมาหลายครั้งคงไม่ต้องมีคำถามว่าประชาชนจะรู้สึกต่อตัวของเหล่าท่านทั้งหลายอย่างไร  สำคัญที่สุดคือคำถามที่เกิดขึ้นในสมองของประชาชนคุณจะตอบให้เค้าได้เข้าใจอย่างไรมากกว่า???...

1 หน้าที่ของนักการเมืองคืออะไร

2 คำว่าคนของประชาชนในความหมายที่คุณรู้จักหมายถึงสิ่งใดและมีอยู่จริงไหม

3 คุณเคยสัมผัสได้ถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชนบ้างหรือเปล่า

4 ความหวังใหม่หมายถึงการเริ่มต้นครั้งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้นใช่หรือไม่

5 คุณตั้งความหวังกับพระเจ้าให้เข้าใจคุณแบบไหนในขณะที่คุณสาบานตนกับท่านเมื่อคุณได้รับตำแหน่ง

6.คุณเข้าใจในเหตุผลสำหรับการดำรงอยู่ต่อไปกับบางสิ่งบางอย่างที่เราจำเป็นต้องยกเอาไว้ไหม

6.1.คุณลึกซึ้งกับความหมายเหล่านี้แค่ไหน รู้ไหมว่าเค้าหมายถึงอะไรและคุณให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้บ้างหรือเปล่า

7 กรุณานิยามความหมายของคำว่าสัจจะ และ จริยธรรมในกระบวนทัศน์ของคุณมาให้ฟังสัก1วรรค คัดเอาประโยคเด็ดๆเท่าที่สมองของคุณพอจะฝืนใจได้และกรุณาอธิบายให้ฟังเข้าใจด้วย

8 การจัดระเบียบสังคมของคุณหมายถึงคนรวยอยู่บนอาคารคนจนอยู่ตามสวนสาธารณะใช่หรือไม่

9 ทำไมเวลาที่คุณถกกันในสภาถึงดูยุ่งเหยิงไร้ระเบียบอย่างนั้นเคยคิดอยากจะปรับระบบการเถียงให้สามารถตอบโต้กันได้ถึงใจกว่านี้ไหม

10 คุณเห็นคนจรจัดที่นอนอยู่ข้างถนนแล้วรู้สึกอย่างไรและถ้าคุณกำลังหาเสียงจะเข้าไปกราบให้เค้าไปนอนให้เป็นที่เป็นทางไหม

11 ใครปลูกฝังธรรมเนียมการไหว้ทุกอย่างที่ขวางหน้าให้กับนักการเมืองที่กำลังหาเสียง

11.1 คุณรู้สึกขัดเขินบ้างไหมเวลาที่ไหว้คนยาจกตัวสกปรก กรุณาระบายความรู้สึกในขณะนั้นให้ฟังอย่างจริงใจ

12 คุณเคยกลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับความเย็นชาของคนในสังคมไหม

13 คุณคิดว่าการเนรเทศนักการเมืองออกนอกประเทศเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไปหรือไม่

14 คุณเห็นนักการเมืองต่างชาติที่แขวนคอตายเมื่อถูกจับได้ว่าทุจริตแล้วรู้สึกชื่นชมไหม

15 คุณคิดว่าการกระทำอย่างนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นหลังกรุณาตอบออกจากความรู้สึกที่แท้จริง

16 คุณคิดอย่างไรกับการซื้อเสียงและสิ่งนี้มีความสำคัญขนาดไหนกับอาชีพนักการเมืองในจิตสำนึกของคุณ

17 การเตรียมการที่จะเข้ามาเป็นนักการเมืองให้ความสำคัญกับสิ่งไหนมาเป็นอันดับแรกระหว่าง

อุดมการณ์ หน้าที่ นโยบาย กับ หาแหล่งเงินทุนเพื่อซื้อเสียง

18 คุณเชื่อเรื่องการซื้อเสียงไหมว่ามีอยู่คู่กับนักการเมืองจริงๆ

19 คำพูดของนักการเมืองมีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับไหนมีความชัดเจนในถ้อยคำมากน้อยเพียงใด

20 คุณใช้จิตสำนึกส่วนไหนประกาศนโยบายของคุณ ระหว่าง ส่วนจิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก หรือไม่ได้นึกเองเลย แค่คัดเอาคำที่น่าเชื่อถือในพจนานุกรมมาเรียงให้ดูสวยงาม

21 นโยบาย30บาทรักษาทุกโรคแก้ปัญหาความเจ็บปวดได้ไหมหรือว่าเป็นนโยบายที่เปิดช่องทางให้โรงพยาบาลที่รักษาแพงกว่ามีคนไข้มากขึ้น

22 คุณคิดว่าควรมีสถาบันกวดวิชาหรือว่าโรงเรียนดัดสันดานนักการเมืองไหมเผื่อว่าเราจะได้มีนักการเมืองที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น

23 คุณคิดว่าความซื่อสัตย์จะเป็นแสงสว่างในความมืดส่องให้คนหลุดพ้นจากการหลอกลวงได้หรือไม่

24 คุณให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์มากแค่ไหนหรือว่าอยากให้มีอยู่แค่ในจิตสำนึกของคนโง่เท่านั้น

25 บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองได้เพราะมีประชากรที่ฉลาดส่วนการเมืองจะเจริญได้เพราะมีประชากรที่โง่ความเข้าใจอย่างนี้เป็นจริงใช่ไหม

26 เวลาที่พวกคุณเดินทางทำไมต้องมีรถนำขบวนเปิดเส้นทางทำไมคุณไม่รักษากฎจราจร

27 คุณคิดว่าการเดินทางในแต่ละครั้งของพวกคุณเป็นต้นเหตุทำให้โลกร้อนบ้างหรือเปล่า

28 คุณเข้าใจภาษาอังกฤษที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้บ้างไหม ลองอ่านดูซิว่า Save the word คำนี้เค้ารณรงค์ทำอะไร (ถ้าคุณอ่านไม่ออกแสดงว่าคุณตกโทเฟล)

29 แรงดึงดูดที่ทำให้อยากเป็นนักการเมืองคือการจะได้เป็นผู้วิเศษถูกละเว้นทางกฎหมายใช่หรือไม่

30 ถ้าตอนนี้เราเปิดโอกาสให้คุณเปิดใจพูดความจริง คุณอยากจะบอกอะไรกับดิฉันบ้างไหม



..แต่ดิฉันคิดว่าความจริงในการกระทำของคุณ คุณสื่อมันออกมาได้ดีที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาเลย เราคนไทยเข้าใจ



...จำเป็นต้องจบต้นฉบับไว้เพียงเท่านี้ก่อน เข้าใจว่าผู้เขียนวิจารณ์คงเกิดอาการปอดแหกขึ้นมาอย่างกะทันหัน

!!ระวังเดี๋ยวมันจะมาไม่รู้ตัว

ป.ล ต้นฉบับไม่เกี่ยวข้องด้วยเหตุอันใดทุกประการกับเจ้าของบล็อกไม่ต้องฟ้องรัฐมนตรีไอที..อิอิ

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

~สิ่งที่ฉันเป็น~



ท่วงทำนองของชีวิตในกาแล็กซีของฉัน

...

ฉันจะเต้นรำจะหัวเราะจะร้องเพลงจะร้องให้..อยากจะผจญภัย

...

ทุกอย่างที่ฉันทำ ทุกสิ่งที่ฉันเป็น

...

ไม่มีคำถามว่าทำไม

..

ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำและทุกๆอย่างที่ฉันเป็น


ไม่ต้องบอกฉันว่าว่าคุณเข้าใจแล้วไม่ต้องถามฉันว่าทำ..ทำไม

...

ฉันไม่ต้องการ การเห็นด้วยของคุณ


และไม่ต้องการให้ใครมาบอกถึงสิ่งที่เป็นฉัน

...

ฉันไม่เชื่อทุกๆคำพูดที่ดูดี

...

ไม่เชื่อแม้แต่ความคิดของฉันที่มันเกิดขึ้นทุกๆวินาที

...

เพราะฉะนั้นคุณจงอย่าพยายาม

...

ที่เหนือสุดของปอดของฉัน ฉันกำลังค้นหาสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นทุกวินาทีที่มันเกิดขึ้นทุกๆเวลาที่ฉันคิดถึงสิ่งนั้น...มันคือสิ่งเดียวที่ฉันยอมรับว่านี่คือสิ่งที่ฉันเป็น


...
...

ไม่ต้องประหลาดใจในตัวฉันไม่ต้องมาเห็นแทนฉันไม่ต้องมาพยายามว่าคุณรู้ดี


ฉันไม่โกรธแม้ใครจะมองว่าฉันบ้าและไม่โกรธที่ด่าว่าถือดี

...

เพราะคุณรู้ไหมหลายครั้งที่ฉันพยายามจะอธิบายความเป็นตัวฉัน

...

และก็รู้ไหมว่าทุกๆครั้งฉันรู้สึกว่าทุกๆคนดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลจากตัวฉันเหลือเกิน

...

ความคิดที่กลั่นออกมาจากสมองที่ฉันมองว่ามันมีค่ากลับกลายเป็นคำที่ไร้น้ำหนักเบาหวิวเปรียบเท่าผงฝุ่นธุลีและการโกหก

...

บางครั้งฉันกลับต้องตกเป็นเชลยอย่างที่ไม่เคยมีมูลเหตุอันใดที่ได้ก่อ

...

ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะบอกว่าฉันไม่ได้ทำและไม่มีโอกาสที่จะบอกว่าคุณต้องทำความเข้าใจใหม่

...

มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันต้องรับไปคือคำว่า"ฉันนั่นแหละคือคนผิด"

และสิ่งเดียวที่ฉันต้องหอบกลับมาถามตัวเองอย่างสงสัยว่า"นี่ผิดอีกแล้วหรือนี่เรา"


ช่วงเวลาที่ไร้ค่าน่าเบื่อที่สุดคือเวลาที่จะต้องพยายามให้ใครๆมาเข้าใจและเชื่อมั่นในตัวฉันเท่าๆกับเวลาที่ใครๆพยายามให้ฉันเชื่อมั่นในตัวเขา

...

...

...

รู้ไหมสิ่งที่อยู่ข้างในสมองคุณภาพพจน์ฉันที่เห็นด้วยตาคุณกับความเชื่อมั่นในตัวคุณ


มันได้นำความเป็นตัวตนของฉันออกห่าง..ไปมากเหลือเกิน

...

...

ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องเจอกับคนที่พร่ำแสดงว่าตัวเองเก่งที่สุด

..

ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

...

แต่ฉันจะไม่ปล่อยให้ความอ่อนล้ามาทำให้ฉันต้องเสียเวลา


ทุกๆครั้งที่ฉันต้องชงักกับการตัดสินของคนอื่นอย่างผิดๆ

...

...

ทุกๆครั้งที่ฉันต้องพยายามบอกกับตัวเองว่าอย่าไปสนใจปล่อยมันไปเธอต้องมันใจในตัวเองและเธอต้องกลับไปยืนหยัดให้ได้อีกครั้ง

...

แล้วแต่ละครั้งรู้ไหมว่าฉันเจ็บปวดกับช่วงเวลานี้เหลือเกิน

ฉันขอยอมรับอย่างจริงใจ

...

สุดท้าย

...

อยากจะวานขอร้องปนไหว้วอนต่อพวกที่พยายามจะแสนรู้ผู้พิถีพิถันในระบบว่าอย่าพยายามตั้งใจจะจัดระเบียบความคิดของฉัน

...

"เพราะทุกอย่างที่คุณคิดมันจะไม่มีวันเป็นจริง"

...

ทุกสิ่งที่เป็นฉันอยู่เหนือตรรกะและการคาดเดา คาดคั้น คาดหวัง และ/หรืออย่างที่คุณต้องการ

...

ฉันไม่ได้อยากเป็นเหมือนที่คนอื่นๆเขาเป็น

...

ฉันไม่ได้อยากเป็นอย่างที่ฉันคิดอยากจะเป็นในตอนแรก

...

ฉันไม่ได้อยากเป็นเหมือนที่ใครๆคาดเดาว่าฉันต้องเป็น

...

และฉันก็ไม่ได้อยากเป็นในสิ่งที่ฉันคิดว่ามันต้องดีที่สุด

...

...

...

เพราะฉันไม่ต้องการให้มันง่ายดายอย่างนั้น

...

...

แต่ฉันพยายามจะเป็นให้มากกว่าสิ่งที่ฉันกำลังเป็นอยู่ ณ.ตอนนี้เพื่อสิ่งที่ดีกว่าและเพื่อเอาชนะสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำแม้ว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำมันจะทำลายฉันก็ตาม


เหตุและผลของฉันอาจจะบ้าหรือขวางโลกแต่ทั้งหมดนี้ที่ฉันต้องการก็เพื่อที่จะมองเข้าไปข้างในของความเป็นฉันจริงๆ


ซึ่งฉันเองก็ไม่เคยรู้จักมันอย่างลึกซึ้งและชัดเจนเลยสักที

...

หากเมื่อไหร่ที่ฉันมองเห็นมันจริงๆ


หรือว่าเมื่อไรที่ฉันรู้ว่าฉันไปไม่ได้จริงๆกับสิ่งที่ฉันคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีกว่า

...

...

...

เมื่อนั้นฉันจะหยุดมัน
...
วันนั้นฉันจะหยุดฝัน






..และวันนั้นคือ…


...

“วันที่ไม่มีฉันให้ไปต่อ”

...

...



วัคซีน

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

ก็แค่คนหนึ่งบนโลกใบนี้



เป็นแค่คนที่ไม่โชคดีเกิดมาแล้วมีพร้อมไปหมดในทุกสิ่งไม่เก่งกาจและประสบความสำเร็จในชีวิตมมากมายอะไรนัก
...

เป็นแค่คนที่มีความจริงดุจดังฝันโลดแล่นอยู่ในดินแดนแห่งจินตนาการ

ณ.อาณาจักรที่เป็นนิรันดร์

...

เป็นแค่คนที่เริงระบำอยู่ในท่วงทำนองของชีวิตที่อ่อนล้าขับกล่อมตัวเอง

ด้วยบทกวีจากเสียงหัวใจที่แกร่งกล้า

...

เป็นแค่คนที่ปรารถนาในอิสระดุจดั่งวันแรกที่ได้เกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกกว้างใหญ่ใบนี้

...

เป็นแค่คนที่อยากมีพื้นที่อยู่บนโลกใบนี้ในฐานะของมนุษย์ที่ใฝ่ดี

...

เป็นแค่คนที่พยายามทำความรู้จักกับธรรมชาติที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ที่รักดี

...

เป็นแค่คนที่มองดูโลกใบนี้ด้วยความเข้าใจและจะเป็นโลกทั้งใบให้ตัวเอง

...

เป็นแค่คนที่เรียนรู้โลกใบนี้จากธรรมชาติที่โลกเป็นและจะเป็นครูที่ดีสอนตัวเองด้วยธรรมชาติของตัวเอง

...

เป็นแค่คนที่ออกเดินทางตามหาฝันด้วยสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้และสามารถสร้างได้ด้วยใจของตัวเอง

...

และแค่อยากเป็นคนที่แปรเปลี่ยนความจริงจากสิ่งที่ผ่านมาปรับเป็นพลังชีวิตในวันข้างหน้าเพื่อก้าวต่อไป

...

...แล้วสุดท้าย...

...

ก็แค่อยากเป็นคนที่สะท้อนภาพบางอย่างในหัวใจและปลุกวิญญาณอิสรภาพที่ขาดหายไปจากใจเพื่อนมนุษย์

...

ขอแค่คุณเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรักมีความสุขกับการให้อภัย

...

ไม่อายที่จะเอ่ยคำว่าขอโทษ

...

...เพียงเท่านี้...

...

คุณก็จะเห็นได้ว่าโลกที่คุณอยู่แตกต่างจากโลกที่กำลังเป็นอยู่อย่างสิ้นเชิง...

...

“อนาคตคุณอนาคตโลกจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับโลกที่คุณสร้างจากตัวคุณ”


....


...วัคซีน...





วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

คนอย่างฉัน(ในโลกของฉัน)


เคยมั๊ยที่บังเอิญอากาศเป็นใจสายลมกลั่นแกล้งสายฝนก็ไม่เห็นใจ แล้วทำให้เกิดความหวั่นไหวอย่างไม่เคยรู้สึก
...

เคยมั๊ยฟังเพลงเก่าๆ ทำนองเศร้าๆ แล้วรู้สึกเหงาโดยไม่มีเหตุผล
...

เคยมั๊ยมองเห็นสายฝนใสๆแล้วเกิดความรู้สึกว่าถ้าช่วงเวลานี้ได้มีใครสักคนอยู่ข้างๆเราเหมือนอย่างในมิวสิคก็ดีสินะ
...

เคยมั๊ยดูมิวสิคที่ก่อนนี้ก็ดูแค่ผ่านๆแต่ครั้งนี้เกิดความตื้นตันจนน้ำตาเกือบจะไหล
...

เคยมั๊ยที่มองไปบนโค้งฟ้าแล้วพยายามตั้งคำถามว่าจะมีใครสักคนไหมนะที่เขาจะยืนอยู่ตรงจุดเดียวกับเราเหมือนอย่างตอนนี้
...

เคยมั๊ยที่อยากให้ใจลอยๆของเราถูกลมพัดวนเวียนไปให้ลมหอบไปท่องเที่ยวไกลๆรอบๆไปจนถึงที่สุดของปลายขอบฟ้า
...

เคยมั๊ยที่อยากรู้ว่าดวงดาวมากมายทำไมถึงมีแสงแล้วลอยอยู่ได้ยังไงเป็นล้านๆดวงโดยไม่เคยมีใครนับจำนวนได้
...

เคยมั๊ยที่รู้สึกท้อแท้ใจเพราะท้องฟ้าที่กว้างไกลเกินไป..จนทำให้เราทำอะไรได้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
...

และเคยมั๊ยคิดอยากให้พรุ่งนี้มีแค่ชั่วพริบตาตอนนี้ผ่านไปเร็วๆแล้วชีวิตนี้ต่อจากนี้ขอให้เจอแต่สิ่งดีๆ
...

แล้วเคยมั๊ยที่อยากให้ช่วงเวลาดีๆที่เราเคยอยู่กับคนที่เรารักอย่างพร้อมหน้าย้อนกลับมาหาเราอีกครั้งเพื่อมาฉลองวันปีใหม่ที่เพ่งจะผ่านไปเมื่อกี๊

....

ห้วงเวลานำพาสิ่งต่างๆให้ผ่านมา..พานพบ..และจบจาก..
บ่อยครั้งที่ความรักและความสุขเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและก็จากไปอย่างไร้ร่องรอย..
หลายๆครั้งที่ความสุขเกิดก่อนและความร้าวรานก็มักจะเกิดตามมาสร้างความร้าวฉาน
....

..ก่อนที่ความหมายของชีวิตกำลังจะผ่านพ้นไป...
...

...ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปสู่จุด"0"อีกครั้ง..

....

มากกว่ารอยสัก
...
 มากกว่าภาพถ่าย..
...
มากกว่ารอยด้านตรงส้นเท้า..
...
มากกว่าบันทึกในไดอารี่เก่าๆ

….

แต่



...มันคือความทรงจำครั้งสุดท้ายที่ฉายอยู่ในหัวใจ...



..คุณ..



เลือกที่จะบันทึกอะไรไว้ข้างในนั้นหรือคะ?

...

"บางครั้งการรอคอยใครสักคน..คือสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผลของกาลเวลา..ความหมายของคำว่ารักซ่อนอยู่ในสายลมที่ห่วงหาทุกครั้งที่สายลมพัดผ่านจงรับรู้นะคะว่านั่นคือสัมผัสรักที่ทำให้คุณยังมีอยู่"...







สำหรับคนบางคนมีเหตุผลเป็นคำตอบแต่สำหรับคนบางคนทุกคำตอบอยู่ที่หัวใจทุกอย่างไม่มีเหตุผลในการกระทำ..แค่ได้ยินเสียงหัวใจบอกให้ทำและเสียงข้างในนั้นบอกว่าสิ่งที่ทำคือความสุข



....



เพียงเท่านี้...ก็เพียงพอแล้วสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเป็น



..วัคซีน..



วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คนไทยเป็นอะไรมากมั๊ยกับการกลายพันธ์

   กล่าวถึงการได้เกิดมามีชีวิตเป็นมนุษย์นั้น สำหรับปัจจัยในเรื่องของความความสมบูรณ์แบบ คงไม่มีอะไรที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขเท่ากับการมีชีวิตคู่มีความรักได้อีกแล้ว แน่ล่ะ…ก็เพราะแบบของความสุขประเภทนี้ได้ถูกบัญญัติไว้ให้เป็นหลักสากลศาสตร์ชาติพันธุ์มนุษย์ที่ต้องเชื่อในคำภีนั้นว่า “ความสมบูรณ์ของมนุษย์คือการได้มีความรักไว้สืบสายพันธุ์สันดาน”และถ้าหากใครไม่เชื่อในหลักที่บัญญัติมานี้อาจเป็นไปได้ว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความวิกลจริตทางพันธุกรรม หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าเบี่ยงเบนทางเพศ ภาษาชาวบ้านที่ใช้บ่อยๆคือไม้ป่าเดียวกันและภาษาในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คือ Homosexuality สังคมของบุคคลประเภทนี้ที่ไม่เชื่อแบบความสุขของพระเจ้าเหาเทวดาหมัดที่ว่าไว้ให้เป็นที่สุดแล้ว ยังจะต้องถูกสังคมกล่าวหา+ริษยานิดๆอีกด้วยว่าเป็นพวกที่ทำลายวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตที่ผิดศีลธรรม


    และคำกล่าวหาประเภทนี้เองที่ผลักดันให้ผู้ที่วิกลจริตผิดพันธุกรรมมีชีวิตที่โดดเด่นกว่าคนที่เรียกตนเองว่าคนสมบูรณ์แบบอย่างมากมาย และก็และที่สุด...มันก็ยังเป็นคำกล่าวหาเดียวกันนี้อีกที่เป็นต้นเหตุให้หญิงแท้แบรนด์ไทยต้องอายเวลาที่นางงามชายไทยขึ้นไปคว้ามงกุฎชายงามจักวาลไว้ได้ในขณะที่ตนเองทำไม่ได้มาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ซึ่งหากจะให้ตั้งหวังคงไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เราจะได้เห็นนางสาวไทยคว้ามงกุฎนางงามจักวาล...ทุกวันนี้เวลาที่ประกวดความงามระดับโลกของคนไทยเลยต้องรอดูเวลาที่นางสาวสองระบบของไทยได้ไปเวทีโลกจะมีลุ้นเป็นที่สุด

และ/ซึ่ง/เมื่อความสัมพันธ์ทางระบบ+การปฏิสัมพัทธ์ที่พลาดระเบียบไม่อยู่ในระบบ จึงเป็นที่มาของปรากฏการณ์ของความหายนะทางจิตที่ผิดระเบียบหรือที่เรียกกันง่ายๆว่าอกหักอย่างไม่มีระบบนั่นเอง
อาการอกหักรักสะดุดนี่ที่จริงแล้วก็เป็นการทำปฏิกิริยาทางจิตที่ถูกทำลายระบบนั่นเอง ซึ่งเมื่อร่างกายทำการสังเคราะห์อาการแล้วก็ได้ผลออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆมีความผิดเพี้ยนกันต่างกรรมต่างอาการ แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นจะไปสัมพัทธ์กับกรรมและบุคลที่มีระบบระเบียบประเภทใด

หากสัมพัทธ์กับพวกจิตผิดเพี้ยนอีกไม่นานจิตก็จะถูกพัฒนาให้ข้ามสายพันธ์จนถึงขั้นอาจได้ตั้งสังคมใหม่ขึ้นมาชั่วคราวเพื่อบดบังความผิดปกติทางจิตที่กำลังวุ่นวายไขว้เขวหากสัมพัทธ์กับพวกจิตไม่มีระบบมากมายผู้นั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางจิตขึ้นก็จะสามารถนำจิตตนเข้ามาสู่สภาวะความเป็นปกติชนได้ในไม่นาน

แต่ถ้าหากจิตของคนไม่ว่าจะเป็นผู้หรือบุคใดได้ไปทำปฏิสัมพัทธ์กับจิตของบุคคลที่ไม่สิงสถิตชีวิตไว้กับระบบใดๆไม่เอาความรักไปผูกไว้ในคำว่ารักอย่างมีระเบียบและมักจะแตกระบบอยู่ทุกเมื่อ เขาผู้นั้นจะเป็นมนุษย์ที่ได้รับประสบการณ์ใหม่เป็นผู้ที่ได้ของขวัญจากฟ้าหลุดจากความพยาบาททางจิต และแม้หากเขาจะถูกตัดความสัมพันธ์กลางอากาศขึ้นมา ก็ยังจะเป็นเขาคนนั้นนั่นเองที่จะสร้างเผ่าพันมนุษย์สายพันธ์ใหม่และจะมีการกลายพันธ์และแตกพันธ์ตนเองไปเรื่อยๆอย่างไม่มีระบบและสุดท้ายก็จะหลุดจากความเป็นตัวตนที่แท้จริงในที่สุด

พูดง่ายๆว่าไม่มั่นใจในเพศที่แท้จริงจะเอาไงดีกับชีวิตก็ยังไม่รู้ ประตูไหนกันแน่ที่เขาว่าดีก็ยังสงสัยหาบทสรุปไม่ได้ ก่อนสุดท้ายก็ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ และเมื่อสุดท้ายมาถึงจึงต้องปิดประตูหัวใจใส่กลอนนอนตายด้านไปตามระเบียบ...อะฆึ อะฆึ..สมเหมือนใครบ้างเอ่ย?..ระวัง!!อาจเป็นคุณ...

ป.ล       จงใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ล.ป.ล    หากปฏิบัติตามสมองจะปฏิสัมภิทา
ส.ป.ล    จงเชื่อว่าคนเขียนรายสวยและเก่ง

อนึ่ง..อ่าน ป.ล3แล้วให้กลับไปทบทวน ป.ล1

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

แทนความรักที่ยิ่งใหญ่คุณมอบอะไรให้กับพ่อ

...ทุกอย่างที่คุณทำให้กับพ่อ...อาจเป็นคำกลอนสวยงาม อาจเป็นการรำอวยพร อาจเป็นช่อดอกไม้ใหญ่จัดเรียงอย่างประณีตจากผู้เชียวชาญ อาจเป็นของขวัญมีค่าวัดราคาไม่ได้ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่เราบรรจงรังสรรค์ให้พ่อ ทุกอย่างล้วนมีค่าหากเรามอบให้ด้วยใจแต่บางสิ่งบางอย่างที่เรามอบให้เคยเห็นใจและเข้าใจในความรู้สึกของพ่อบ้างหรือเปล่า?...

...
...

...ในวิถีชีวิตของเราที่ผ่านมา..ทุก ๆอย่างที่พ่อสอน ทุกๆสิ่งที่พ่อทำ ทุกย่างก้าวที่พ่อเดิน พ่อพยายามเป็นตัวอย่างและสร้างสิ่งดี ๆ ไว้ให้เราที่เป็นลูกได้จดจำเสมอ ..เพื่ออหวังว่าสักวันหนึ่งลูกจะเดินเองอย่างแข็งแกร่งไม่หลงทาง จนมาถึงวินาทีนี้เมื่อพ่อเริ่มแก่ชราไปร่างกายพ่อไม่สามารถทำทุกอย่างให้ลูกเต็มที่เหมือนอย่างวันเก่าๆที่พ่อเคยได้ทำไว้....วันนี้..พ่อฝากความหวังให้ลูกหลายๆคนที่เชื่อว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่า..ช่วยทำหน้าที่แทนพ่อช่วยนำทางให้น้องๆเดินตามในตอนสุดท้ายของเส้นทาง..รวมทั้งช่วยพยุงพ่อในวันที่พ่อกำลังอ่อนล้า

...

...แต่สุดท้ายพ่อกลับเห็นว่า ลูกทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ..ลูกบางคนเผาบ้าน...แต่ในขณะเดียวกันพ่อต้องทนเห็นลูกบางคนต้องทนทุกข์เอาชีวิตแลกเพื่อดับไฟ...ภาพที่เห็นทำพ่อเจ็บพ่อเหนื่อยพ่อล้า พ่อต้องปล่อยให้น้ำตาไหลตกใน เพราะไม่อยากให้ลูกเห็นว่าข้างในหัวใจของพ่อนั้นเจ็บปวดและผิดหวังขนาดไหน ด้วยความรักและความอดทนพ่อไม่เคยบ่นเอ่ยคำกล่าวติเตียนให้ลูกต้องช้ำใจ ..เพียงเพราะพ่อไม่อยากเห็นลูกต้องทุกข์ด้วยความรู้สึกของพ่อ..สิ่งที่ลูกรับจากพ่อคือสิ่งที่มาจากหัวใจ..และนี่หรือคือการจ่ายค่าตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่ที่ลูกทำให้กับพ่อ...

...

...ลูกทั้งหลายวันนี้จะมีสักกี่คนที่มองเห็นในความรู้สึกของพ่อ...หยุดทำร้ายพ่อด้วยความบ้ากระหายอยากที่จะเป็นใหญ่สักทีจะได้ไหม...ก่อนที่เราจะอยู่กันจนมาถึงวันนี้เราทุกคนต่างก็เจ็บปวดกันมาก่อน หากสิ่งใดที่เราทำผิดพลาดทำไมไม่ทำลืมแล้วเริ่มต้นใหม่..สำหรับสิ่งที่เรารัก...สำหรับสิ่งที่ให้ความรักกับเรา เพียงแค่เราไม่ทะเลาะกันมันไม่ได้ยากเกินความพยายามที่เราจะสามารถทำได้..ทำได้ไหมหยุดทำร้ายเมืองไทยหากคุณยังรู้สึกว่ารักพ่อ...แล้วพวกเราจะอยู่ตรงนี้ด้วยกันตลอดไป..บนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้พร้อมด้วยรอยยิ้มของพ่อที่จะอยู่ตรงนี้อยู่ที่หัวใจของคนไทยทุกคนตลอดไป..

...

จากลูกคนหนึ่งในเมืองไทยที่รักประเทศและรักพ่อและจะดำเนินชีวิตตามคำสอนของพ่อด้วยความรักและความอดทน จะจ่ายค่าตอบแทนให้พ่อด้วยความจงรักภักดีอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทยแม้จะเป็นเพียงความคิดที่น้อยนิดแต่จะมั่นคงทำอย่างนี้ตลอดไป


.......................

...วัคซีน...