วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Ralph Waldo Emerson (ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน)




ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน (Ralf Waldo Emerson, พ.ศ. 2346-2425)
       กวีและนักเขียนบทความ เกิดที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
ได้รับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและเริ่มชีวิตด้วยการเป็นครู
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2372 ได้บวชเป็นพระที่โบสถ์ยูนิทาเรียน ในเมืองบอสตัน
แต่ด้วยการมีมุมมองที่ถูกมองว่าแปลกที่น่าถกเถียงกันมากจึงต้องสึก
     ในปี พ.ศ. 2376 เอเมอร์สันได้เดินทางท่องเที่ยวยุโรปและได้พบกับทอมัส คาร์ลีลย์
 (Thomas-Carlyle)ซึ่งได้ติดต่อกันอย่างใกล้ชิดต่อมาเป็นเวลาถึง 38 ปี 
ในปี พ.ศ. 2377 เอเมอร์สันได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองคองคอร์ดรัฐแมสสาชูเสตส์
และได้เริ่มแต่ง บทร้อยแก้วกระทบอารมณ์ (Prose rhapsody)ชื่อ “ธรรมชาติ (Nature)”

      เมื่อ พ.ศ. 2379 และบทกวีอื่นๆ ที่สำคัญอีกหลายชิ้นงาน
โดยเฉพาะเรื่อง “การดำเนินชีวิต (The Conduct of life – พ.ศ. 2403)
เอเมอร์สันได้รับการยกย่องว่าเป็นนักอุตรวิสัย หรือนักคิดเหนือธรรมชาติ (transcendentalist)
ด้านปรัชญา เป็นนักถือเหตุถือผลทางศาสนาและเป็นผู้สนับสนุนอย่างแรงกล้าในด้านปัจเจกชน

ผลงาน
  • Essays: First Series (1841)
  • Essays: Second Series (1844)
  • Poems (1847) 
  • Nature; Addresses and Lectures (1849)
  • Representative Men (1850)
  • English Traits (1856)
  • The Conduct of Life (1860)
  • May Day and Other Poems (1867)
  • Society and Solitude (1870)
  • Letters and Social Aims (1876)
บทความ
  • "Self-Reliance" (Essays: First Series)
  • "Compensation" (First Series)
  • "The Over-Soul" (First Series)
  • "Circles" (First Series)
  • "The Poet" (Second Series)
  • "Experience" (Essays: Second Series)
  • "Nature" (Second Series)
  • "Politics" (Second Series)
  • "The American Scholar"
  • "New England Reformers"
กวีนิพนธ์
  • "Concord Hymn"
  • "The Rhodora"
แหล่งข้อมูลจาก วิกิพิเดีย

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทรงพระเจริญ





ยามเมื่อความหวังของเราเริ่มเลือนตา

ยามเมื่อท้องฟ้าพัดพาสวรรค์เข้าสู่มวลดาราอันมืดมิด

มีเพียงสิ่งเดียวที่ให้ความหวังเมื่อยามลูกหลับตา

คือความรักที่แผ่กระจายไปทั่วหล้า

คือความรักของ “พระองค์ภูมิพล”

พระองค์ผู้ซึ่งไม่เคยทอดทิ้

พระองค์ผู้ซึ่งให้ความรักแม้ในยามเราริษยา

ความรักของพระองค์ส่งไปถึงทุกความเวิ้งว้างว่างเปล่า


แม้ในที่ที่ห่างไกลสุดตา

เมื่อยามใดที่ใจลูกอ่อนล้า แต่เมื่อลูกแหงนมองขึ้นไปบนนภา

ลูกจะเห็นความรักของพระองค์ทุกคราที่ตะวันสาดส่อง

แว่วถึงกระเเสเสียงอันอ่อนโยนแสนอบอุ่นแห่งพระเมตตาของพระองค์

ลูกก็มีพลังก้าวเดินต่อไป

ความรักของพระองค์งดงามเหนือกว่าถ้อยคำใดๆ


ที่โลกได้บัญญัติไว้ทั้งหม

ความเมตตาของพระองค์จะนำพาเราไปถึงฝั่งฝันแห่งความเป็นนิรันดิ์

ตรงที่ที่จะไม่มีกำแพงแห่งความหมายมากำหนดค่าของรักนั้น

ลูกจะขอเทิดทูนรักและบูชาในพระองค์จะไม่ขอไปไกลห่างจากรักนี้

จะมั่นรักษารักไว้ด้วยดวงใจให้เหมือนที่พระองค์ทรงรักเรา


...ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...





                                                             ...วัคซีน...

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ผู้ชายห่วยๆ




ยามเมื่อต้องทนนิ่งอยู่บนเศษซากของการทำลายล้าง

ยามเมื่อต้องทนกดข่มอารมณ์อย่างไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร

พร้อมกับความรุนแรงที่กระหน่ำห้ำหั่นเข้าใส่

พยายามกดข่มอารมณ์เอาไว้ แต่ครวญถามกับมันอยู่ในใจ "เมิงจะพูดหาเชี่ยอะไร"

ความแค้นใจเกิดขึ้นตรงนั้น, สุดทานทนกับความเหี้ยที่มันสาดโคลนให้

ไม่มีใครพ่ายแพ้กับเกมส์นี้ เมิงก่อสร้างภาพพจน์ตัวเองขึ้นมา

หวังเอามากลบความอัปยศปมด้อยที่ตัวเมิงมี แต่น่าเสียดายมันกลับพังทลายหายสิ้น

จงจดจำทุกความหมองหม่นและความอัปยศนี่ไว้ไอ้ฟาย

วันนี้กรูจะปล่อยมึงไป

แต่วันหน้าถ้าความมืดเข้าบังตาทุกองค์เทพ

กรูไม่รับประกันว่ากรูจะอดทนอารมณ์คนดีของกรูไว้ได้

แล้วมึงจะรู้จักกรูดีกว่านี้ไอ้ฟาย

สักวันความระยำในตัวมึง

จะไม่มีใครรับมึงไว้ในอ้อมแขน

มันจะสอนให้เมิงลึกซึ้งกับความหนาวเหน็บพ่ายแพ้และสิ้นหวัง

จนกระอักเลือดสุดท้ายเมิงจะต้องอยู่อย่างอับอายและไร้เกียรติ

..ไอ้คนระยำ..  



                                                                ...วัคซีน...

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เธอรักฉันที่ตรงไหน




เคยมีคนถามว่าทำไมต้องเขียน ทำไมชอบเขียน??

หรือบางคนก็สงสัยว่าเขียนทำไม อยากได้อะไรจากการเขียน??

อยากเป็นคนดังหรือ หรืออยากใกล้ชิดคนดัง หรืออยากมีคนรู้จัก

 หรือที่ร้ายแรงที่สุด อยากสร้างภาพเพื่อขายตัวเองหรือ??

...

ทุกคำถามทุกความสงสัยในการเขียนบล็อกมาเป็นเวลา 3ปี
ดิฉันโดนมาหมดตั้งแต่ร้ายที่สุดไปจนถึงคำสรรเสริญชื่นชมยินดีที่มีค่าที่สุด..

...

แต่ดิฉันไม่เคยตอบกับผู้คนที่เข้ามาตั้งข้อสงสัยเหล่านั้นสักครั้ง

..ว่า..

ทำไมดิฉันถึงเขียน..

"เพราะดิฉันคิดว่าไม่จำเป็น"

... 

คนเราไม่สามารถยัดเยียดความรู้สึกภายใต้จิตไร้สำนึกของตัวเราเองให้คนอื่นได้

คนทุกคนมีเจตจำนงภายใต้จิตสำนึกต่างกัน บนพื้นที่ว่างๆภายในหัวใจตรงนั้นเราไม่สามารถรู้ได้

..ว่า..

ใครเก็บอะไรไว้..หรือทำอะไรไว้เพื่ออะไรและทำไม??..

ตัวเราเท่านั้นที่ตอบคำถามให้ตัวเองก่อนที่จะเริ่มต้นทำกับ

..ทุกสิ่ง..

และสิ่งนี้ทีฉันทำอยู่ทุกวัน มันไม่มีอะไรน่าสงสัยหรือซับซ้อนในเจตจำนงของตัวฉันเลย

...

 ที่ตรงนี้เป็นแค่ที่ระบายเมื่อยามฉันอึดอัดใจ

เมื่อยามเหงาไม่รู้จะพูดคุยกับใคร

เป็นที่ที่ทำให้ฉันสามารถระบายสีอะไรก็ลงไปก็ได้ที่มันอยู่ในหัวใจของฉัน

มันไม่ง่ายเลยที่ฉันจะสยบยอมและอ่อนไหวกับคำของคนบางคำ
และปิดโลกแห่งนี้ของฉันแล้วหนีหายไป
...

ถึงแม้คำที่ออกมาจากคนบางคนมันจะทำให้ฉันแทบกระอักเลือดน้ำตาตกในก็ตามที

มันไม่มีเหตุผลใดเลยที่ฉันจะใส่ใจ เพราะที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่เก็บข้อมูลขยะจากลมปากของคนบางคน

...แต่ที่แห่งนี้...

..คือ..

ประวัติศาสตร์ของฉันที่แห่งนี้คือห้องสมุดชีวิตของฉัน
เมื่อฉันอยากมาอ่านอยากมาฝากอยากมาค้นหาฉันก็ทำได้ทันที

 และถ้าหากคุณอยากมาอ่านอยากมาจับผิด อยากค้นหา อยากชื่นชมคุณก็ทำได้อย่างมีอิสระทุกนาที
 ที่แห่งนี้ไม่ปิดกั้น ทุกการกระทำและทุกความคิดที่คุณมี
จะด้วยความรัก ความชื่นชม
...
 หรือจากด้วยเหตุผลของสัญญาณจากจิตวิญญาณเดียวกันที่มี
จะด้วยอะไรก็ตามทีคุณมีอิสระที่พร้อมจะทำได้ตามใจ..

....
....

คนบางคนชอบมองแต่นอกกาย ชื่นชมอะไรที่ดูว่าสวยงาม

คนบางคนก็ดีแต่นอกกาย ลึกลงไปในจิตใจไม่เป็นอย่างฝันเลย

จะรักที่ตรงไหน จะรักที่ใจหรือนอกกาย อยากจะรู้จริงๆ บอกฉันให้เข้าใจ

"จะมีไหมสักคนที่รักกันจริงไม่เหยียดหยาม รักตัวตนจริงๆที่ฉันนั้นเป็นอยู่??"



                                                                      ...วัคซีน...

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เจ้าหญิงในเงา




เมื่อทำนองของชีวิตบรรเลงพร้อมแสงตะวัน
...

การหลบหนีในห้วงเวลาครั้งสุดท้ายก็มาถึง
...
...

เมื่อพายุร้ายเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

...

เมื่อมันพัดความฝันฉันแตกกระจายลงเกลื่อนพื้น

...

ฟ้าไม่เคยมอบโอกาสให้ฉันได้รู้สึกแม้แต่คำว่า "จงเสียดาย"

ฟากฟ้ามีแต่เส้นทางให้ฉันต้องเลือกไป

...

ฉันเคยฝันจะเอื้อมมือขึ้นแตะฟ้า แล้วพายุก็พามันหายไป

แม้นฉันจะถอดใจแต่ยังคงเดินต่อไปเพื่อจุดหมาย

...

สำหรับความฝันที่ยังห่างไกล

สำหรับหัวใจที่ยังปรารถนา สำหรับเงาแห่งภาพลวงตา

สำหรับห้วงเวลาที่ไม่เคยจริง

...

ทุกอย่างมีกฎให้ฉันต้องหลับตา เพื่อตามหาความพอใจที่แสนเศร้า…

เมื่อมันคือความฝันฉันจึงต้องยอมคุกเข่าให้กับเหตุผลที่ไร้ความหมาย

สยบยอมต่อกฎของกาลเวลา..และภาวนาให้จินตนาการพาฉันโบกบินไป

...

ชีวิตไม่เป็นดั่งหวังได้ทุกอย่าง แต่ความฝันยังมีที่ทางให้ต้องไป

...

ความฝันทำฉันเจ็บปวดมาบ่อยครั้ง ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับเส้นขนาน

เหงาเหลือเกินกับทางเส้นนั้นที่แสนเดียวดาย

...

แต่เมื่อฉันยังเลือกได้ก็จะขอสัมผัสท้องฟ้าดูสักครั้ง ก่อนที่จะหลับใหลไปชั่วนิรันดร

โดยไม่เคยรับรู้เลยสักครั้งว่า"ความฝันนั้นมีค่างดงามเพียงไร"...

                                                                       
                                                                                                ...วัคซีน...

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"Not Alone"LINKIN PARK





"เขียนถึงคนมีอำนาจ"(จากคนไร้อำนาจ)"

วันนี้ในวันที่ค่าเงินบาทแข็ง ในวันที่ใครก็ฉลองให้กับความน่าเลื่อมใสในความปราดเปรื่องของคนที่สามารถทำให้ค่าเงินบาทแข็ง วันที่ใครๆก็บอกว่าไม่นานมันก็จะดีเรากำลังเดินหน้าร่วมกันแก้ไข ดังนั้นด้วยมิตรภาพและความรักด้วยความยินดีและดีใจ จึงอยากจะมีคำกล่าวสักบางอย่างซึ่งมาจากความรู้สึกของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเค้าไม่มีอำนาจและไม่มีความปราดเปรื่องใดๆ

...แต่...

เขามีความทรงจำอันโหดร้ายมันเกาะกินทุกๆความรู้สึกในทุกๆอนู...ที่ยังไม่ตายด้านเสื่อมสลายในตัวเขา เสียงคนก่นด่าสาปแช่งให้ความหมายว่าเขาเป็นคนเลวร้าย  เหมือนยิ่งซ้ำเติมบาดแผลของเขาให้กว้างและลึกยิ่งๆขึ้นไป...และวันนี้  วันที่ฉันอยากเป็นกระบอกเสียงส่วนหนึ่งของเขาเพราะส่วนหนึ่งของพวกเขาเหล่านั้นก็มีฉันอยู่ในจำนวน 1



เราแค่อยากจะบอกว่าพวกคุณคิดเองเออเองว่าเราคือคนเลวร้าย หัวใจอันอิสระทุกๆดวงของพวกเราตกอยู่ภายใต้ค้อนของคุณ พวกคุณไม่เคยสวมหมวกสีขาวมองดูและตัดสินเรา พวกคุณไม่เคยให้อิสระและมองดูเราอย่างไม่อคติ พวกคุณให้เราเป็นได้แค่มือข้างซ้ายทีไม่มีสิทธิ์อะไร ทุกครั้งที่คุณทุบค้อนพลาดมาใส่ มือข้างซ้ายทำได้แค่ทนเจ็บและปล่อยให้มันค่อยๆหายไป เอง มือข้างซ้ายไม่เคยมีสิทธ์เรียกร้องความยุติธรรมไม่มีสิทธิ์แม้จะบอกว่าต่อไปคุณอย่าทำพลาดอีก..



คุณยืนสง่าอยู่ข้างบนนั้นพร้อมสายลมแห่งชัยชนะ ทุกๆการกระทำเผยความรู้สึกที่แท้จริงว่าเราถูกหมางเมินเพียงไร เราไม่ได้ต้องการเป็น “ไอ้ตัว???อะไร” ที่ปรารถนาแต่การปะทะอยู่ตลอดเวลา เราแค่ต้องการพื้นที่ให้เราได้ยืนอย่างมีอิสระ เราต้องการแค่สายตาที่มองดูเราแล้วมีความหมายตรงข้ามกับสิ่งร้ายๆและตีความหมายว่าเราคือคนทำ เราไม่ต้องการให้ใครมาระแวงแม้กระทั่งจะเดินข้ามผ่านหน้าบ้านของตัวเอง เราไม่ต้องการให้ใครมาจับเราไปแล้วบอกว่านายสั่ง เราไม่ต้องการให้ใครมาปิดล้อมและยิงถล่มบ้านพ่อแม่พี่น้องญาติของเรา



พวกคุณหลงใหลอยู่กับอำนาจที่คุณต้องการไม่เคยพอ พวกคุณไม่เคยรู้สึกรับผิดชอบต่อการกระทำที่พวกคุณได้ทำกับเราเอาไว้ คุณมองผ่านการร้องขอของความเป็นธรรมคุณตัดสินการกระทำของเราอย่างผิวเผิน คุณบ้าอำนาจคุณเห็นแก่ตัว ทุกๆโมเลกุลของความคิดในสมองคุณจงรักภักดีแต่อำนาจที่อยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น คุณไม่เคยรู้หรอกว่าอะไรที่คุ้มค่าพอที่จะต้องต่อสู้เอามานอกเหนือจากเก้าอี้ตัวนั้นที่มันหลอนตาคุณ

"คุณบอกว่าคุณจะอยู่เคียงข้างเรา คุณจะช่วยเหลือเยียวยาเรา คุณเห็นเราเป็นมิตรมากกว่าศัตรู"

ใช่คุณคือมิตร มิตรที่อยู่เคียงข้างศัตรูมิตรที่โกหกได้อย่างแนบเนียน มิตรที่ปกปิดความอัปยศของตัวเองด้วยการสั่งฆ่า มิตรที่ตัดสินด้วยกฎหมายในมือเพียงฝ่ายเดียว มิตรที่ไม่เคยให้เราได้จับยึดกับสิ่งที่จะช่วยเยียวยา มิตรที่ล็อคประตูอย่างแน่นหนาอยู่ในห้องความคิดของตัวเอง

เราเจ็บมามากแล้ว..มากกว่าครั้งไหนๆทั้งหมดที่เราเคยเจอ เราไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกแล้วที่จะช่วยเหลือเราให้หลุดพ้นจากห้วงแห่งกรรม...วันนี้เราแค่ขอระบายขอแค่ใครสักคนหนึ่งมารับฟังแล้วเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ดีขึ้น เพราะเราไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะยืนอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ได้อย่างไรถ้าเราไม่มีวันได้เติบโต เราจะต้องต่อสู้อย่างหัวชนฝากับคนที่เราไม่รู้จักหน้าต่อไปได้อีกนานสักเท่าไหร่ เราจะต้องสูญเสียอย่างไม่เต็มใจเพื่อสนองความเจ็บใจกันอีกต่อไปถึงตรงไหนกัน


เราไม่อยากมีกำแพง เราไม่อยากต่อสู้อีกแล้วเราสู้ต่อไปเราก็ไม่เคยถูกเลยเราคือคนผิดมาโดยตลอด วันนี้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะไม่สามารถเยียวยา วันนี้เราจะขอสู้อีกเฮือกสุดท้าย เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไปหรืออะไรที่มีคุณค่าพอหรือคุ้มค่าที่คุณตีราคาเราไว้ เราไม่อยากรู้ว่าสิ่งนั้นที่คุณให้ความหมายเราเทียบเท่าได้กับอะไรแต่วันนี้เราอยากบอกคุณเท่านี้ว่า...เราขออยู่บนพื้นที่นี้ที่พ่อแม่เราสร้างมาอย่างมีอิสระได้ไหมเราไม่ได้อยากต่อสู้เอามันมาเราหวังเพียงแค่ว่าคุณให้เรามีความรู้สึกเหมือนที่ตรงนั้นเป็นของเราอย่างมีอิสระก็พอ




                                                                   …วัคซีน...


วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

~ฝันถึงเสรีภาพ~




ภายใต้ท้องฟ้าอันอิสระกับภายในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น

ฉันอยากสัมผัสว่าฉันจะหาเสรีภาพได้จากสิ่งใดกัน

หรือว่ามันไม่เคยมีอย่างที่ฉันเคยวาดฝันไว้

หรือฉันจะต้องหาความหมายของคำอันสวยหรูนี้จากใคร

หรือแท้จริงแล้วความหมายนั้นมันมีอยู่กับ”คนเพียงสองคนเท่านั้น”

คือ “คนที่ให้เสรีภาพ” และ “คนที่ใช้เสรีภาพ”

หรือแท้จริงแล้วเสรีภาพแอบซ่อนอยู่ในตัวเรา

แล้วทำไมเราไม่เคยเห็น ..หรือ..เป็นเพราะเรา”ไม่เคยใช้”???

ฉันปรารถนาที่ได้จะสัมผัสกับอิสรภาพ ที่แท้จริง

ฉันจึงยอมจะมีขอบเขตเพื่อรับผิดชอบต่อหัวใจ

ต่อแรงปรารถนา เพื่อ ต่อเขตเสรีภาพที่เราจะไปได้ถึง เสรีภาพ

ฉันไม่อาจฝันถึงสิ่งไกลๆ

ไม่แม้จะหวังในโอกาสที่จะติดปีกบินไปได้ดั่งนกที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

เพราะข้างบนนั้นมันกว้างใหญ่เกินไปที่จะให้ฉันได้ใช้เสรีภาพ

และฉันคงเสียดายหากฉันใช้มันไม่หมดสักที
...
...
...
ฉันเพียงปรารถนาที่จะเรียนรู้ว่า ความมีอิสรภาพนั้นเกิดขึ้นอย่างไร

เพราะฉันหวังจะเป็นอิสระจากร่างแหทั้งหลายที่รัดรึงตัวของฉันเอาไว้

ฉันจึงหมั่นภาวนา ให้สิ่งที่ฉันคิด สิ่งที่ฉันพูด ได้ประกาศก้องออกไป

ให้ผู้คนทั่งโลก ได้รับรู้ได้ยินถึงเสียงของฉันที่ก้องอยู่ในหัวใจ

และสักวันหนึ่งเมื่อถึงวันนั้นฉันจะมีโอกาสได้แบ่งบัน

ความรักและความเจ็บปวดทั้งหลาย ที่อยู่ภายในหัวใจของฉัน

จะพังทลายปราการทั้งหลายอันเป็นอุปสรรค์ที่พรากให้เราห่างกัน

และที่สุดแห่งความสำคัญ

ฉันปรารถนาอยากให้คุณได้รับรู้ด้วยว่า การเป็นตัวของตัวเองนั้นมีค่าอย่างไร

และคุณจะได้เห็น และเข้าใจว่า คนทุกคน มีเสรีภาพเป็นของตัวเอง
....
....

หนึ่งความรักหนึ่งหัวใจหนึ่งสายเลือด กับหนึ่งชีวิตที่คุณมี คุณคงรู้แล้วนะว่าคุณควรจะต้องทำอย่างไรกับประเทศชาติและญาติพี่น้องที่เค้าร่วมใช้แผ่นดินผืนเดียวกับคุณ


....วัคซีน....