วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

~คนในฝัน~






มีใครคนหนึ่งออกเดินทางตามหาบางอย่าง

มีใครคนหนึ่งเฝ้าแต่สงสัยว่าอะไรที่อยู่ในฝัน

จึงค้นหาเพื่อได้พบ เพื่อได้คนที่พูดคุย...เพื่อได้ค้นบางสิ่งที่อยู่ในฝัน

ค้นหาเพื่อนคนนั้นคนแล้วคนเล่า....แล้วก็ไม่เจอ

ค้นหาความสำเร็จอย่างนั้น ที่ฝันเอาไว้ “อยากมี”แล้วก็หายไป

คนคนหนึ่งเขียนบางอย่างมากมายไว้ในฝัน

แล้วเฝ้าทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการดั่งในฝัน

หวังไว้ในฝัน หวังไว้สักวันต้องคว้ามัน

แต่ฝันก็แค่ในฝัน....สุดแท้ จริงแท้ ก็แค่ฝัน ฝัน

ทุกอย่างไม่เคยเหมือนฝัน...แล้วฝันก็สลาย แล้วฝันก็หายไป

ฝันเอ๋ยฝัน...ฝันที่เป็นจริง...มันจริงอยู่แค่ในฝัน

ความจริงช่างยากเย็นไม่เคยเป็น.."เหมือนอย่างฝัน"..
....
....
..ฝันเอ๋ยฝัน..

โลกแห่งฝัน ทุกอย่างช่างสวยงาม  เหมือนความฝัน
“โลกแห่งความจริง..ไม่เคยนึกไม่เคยฝัน..ไม่เคยได้สร้างสรรค์
"แต่มันก็เป็นจริง"
...
"ตื่นขึ้นมาลืมตาในความจริง..ทุกสิ่งไม่เหมือนเดิม"

ไม่มีสิ่งที่เป็นอยู่อย่างตั้งใจ...มีเพียงมนุษย์ธรรมด๊า..ธรรมดา

 กับภาพลวงตา กับความว้าเหว่
กับความฝัน  กับอัตตา กับความสงสัย

ไม่มีความสุขที่พอดี...ไม่มีสิ่งต่างๆที่หวังให้พึงมี
มีเพียงสิ่งที่ขาดหาย..คงอยู่เสมอไป....นั่นคือ...“สิ่งที่แท้จริง”


“หรือความฝันมีไว้ให้กับเวลาชั่วชีวิต....ไม่ใช่เป็นเพียงบางสิ่งที่ชั่วคราว”

??????


                                                                                                ...วัคซีน...

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

~ Greatest Love Of All~





สิ่งที่ฉันเป็น..ตอกย้ำซ้ำเตือนกับฉันว่านี่..คือ..“สิ่งที่ฉันเป็น
การรักษาตัวรอด...และศักดิ์ศรี
...
มีหลายครั้งที่ฉันตั้งคำถามกับตัวเองด้วยความสงสัย
ว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันเป็น??
คำตอบที่ได้ความหมายมันก็ยังสากล ฉันยังเป็นในสิ่งที่ฉันเป็น
...สิ่งที่คุณเป็นไม่ใช่ฉันคุณจึงไม่เข้าใจ...
ฉันเคยแสวงหาฮีโร่ของฉัน..เพราะฉันเคยเชื่อว่าั่นั่นคือความสวยงาม
เชื่อว่านั่นจะเป็นกระจกให้ฉันส่องเห็นโลกที่ตาฉันมองออกไปไม่ถึง
...

แต่หาได้เป็นอย่างฝันเลย..มันหาใช่สิ่งงดงามที่น่าชื่นชมไม่
ฮีโร่เป็นแค่ภาพลวงตาเป็นเพียงมายาคติ ที่ทุกคนเอาไว้สร้างภาพฝันพร่ำเพ้อ
...
ฮีโร่เป็นสิ่งผิดพลาดของความเชื่อที่แสนงมงาย
เป็นความต้องการหาที่พึ่งพิงของความกลัว
ที่ต้องการให้ใครซักคนมาชื่นชม ต่อเติมความมั่นใจ

...
...

..ฮีโร่ไม่เคยมีตัวตน..

ฮีโร่คนที่จะทำให้ฉันมีใจเปิดกว้างแผ่ข้ามไปทุกเขตแดน

..ฉันยังไม่เคยเจอ..
...

ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงเป็นคนโดดเดี่ยว
ฉันยังคงเป็นคนที่มีแต่คนบอกว่าไม่เข้าใจ
ยังคงเป็นคนที่ไม่มีใครให้ฉันได้เดินตามเงา
...

และเมื่อมันไม่มีเงา ไม่มีแสงรุ้งทอดผ่าน
ฉันจึงเลือกที่จะให้ความมั่นใจอยู่กับตัวฉัน
เลือกที่จะสร้างฝันและเป็นเงาให้กับตัวฉันเอง

...เพราะฉะนั้น...

วันนี้..ไม่ว่าฉันจะตกต่ำ..พ่ายแพ้..หรือล้ำเลิศ
มันจะไม่ใช่ด้วยเหตุผลของเงา..ของใครคนใด

...
แต่มันคือความภาคภูมิใจ..

ที่อย่างน้อยการทำผิดกับเหตุผลที่ฉันเชื่อ ก็ทำให้ฉันได้ซึมซาบอย่างมีความหวัง

ว่ามันยังไม่สายที่ฉันจะต้องปรับปรุงตัว

และไม่ว่าความล้มเหลวผิดหวังจะเอาอะไรไปจากชีวิตฉันก็ตาม
แต่จะไม่มีอะไรเอาศักดิ์ศรีของฉันไปได้
...
มันไม่ง่ายหรอกนะกับโลกใบนี้ ที่เงาสะท้อนจะทำให้เราหยั่งลึกรู้ถึงจิตใจของคนอื่น
แต่เรารับรู้เสมอว่า เราหยั่งรู้จิตใจตัวเองได้ หากเราเต็มใจพร้อมที่จะมองลงไป
...
...
เพราะความเชื่อที่ยิ่งใหญ่บังเกิดขึ้นได้เสมอกับชีวิตฉันและชีวิตคุณ
มันขึ้นอยู่กับว่าฉันและคุณรักตัวเองมากแค่ไหน
...

~ความรักที่ยิ่งใหญ่แสนจะง่ายที่จะได้มาแค่เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง~

นี่แหละความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งอื่นใดในโลกนี้

...The Greatest Love Of On...


                                                                    
                                                                      ...วัคซีน...

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สองใจรวมกัน



~ฝันถึงสันติภาพ~

แผ่นดินทุกข์ระทมตรมตรอมชนเดือดร้อนสั่นคลอนไปทั่ว
เหตุผลเดียวข้อใหญ่ คือหัวใจผู้คนทั้งหลายต่างไร้สิ้นศรัทธา
เรามีพระเจ้าเป็นความโกรธมีกิจในใจคือการล้างแค้น
....
 วันนี้เราแพ้ เมื่อวานเราแพ้ เราแพ้มาร้อยครั้ง เราร่ำร้องหาสันติภาพทั้งร้อยครั้ง
แล้วเราก็ถูกสอนมาเป็นร้อยครั้งว่าสงครามคือ"หายนะ" คนที่บ้าในสงครามคือคนเถื่อน
โลกเราจะล่มสลายหากเราเป็นคนเถื่อนที่กระหายในสงคราม
...
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่น้องเราถูกฆ่า บ้านเมืองเราถูกเผา พวกเราถูกฝัง
ฝังด้วยอดีต ด้วยคำพูด ด้วยอำนาจ ด้วยความหลงมัวเมาในความคิด
เมื่อไฟดับ คนที่ตายถูกเผา คนที่เหลือจากความตายจิตใจถูกทำลายให้ตายไปอย่างช้าๆ
สิ่งที่เราเหลือไว้ในสงครามคือคราบน้ำตา คราบเลือด แต่หากเมื่อฝนชะล้างออกไปมันก็หาย
แต่ มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยตาย มันคือ..ความเกลียดชัง..ความระทมทุกข์..เจ็บปวดรวดร้าว
"ความเกลียดชังที่เราทำทิ้งเอาไว้ มันไม่เคยตาย"
ความเกลียดชังกำลังทำสงครามกับเราอยู่ในขณะนี้ และกำลังเตรียมการอยู่เรื่อยๆ
ความเกลียดชังกำลังเรียกเก็บภาษีกับพวกเราทุกคนหลังสงคราม
มีไฟรุกท่วมขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครตอบไม่มีคนผิด
หากอดีตเป็นครู เรามีครูมากมายนับไม่ถ้วนแต่ทุกคนล้วนล้มเหลว บทเรียนไม่เคยบอกอะไร
...
“มันเป็นเพราะอะไร ใครตอบได้?”
...
พี่น้องผู้หาญกล้าของไทยทุกคน สมาชิกสภาผู้สง่างามของเราทุกคน
จงบอกกับโลกนี้จงบอกกับข้าผู้ด้อยด้วยปัญญาหน่อยเถิดว่า
หากท่านเป็นครู เราคือศิษย์ที่ท่านรัก
ท่านจะบอกกับหัวใจทุกดวงของลูกศิษย์ทุกๆคนที่กำลังรอวันล่มสลายว่าอย่างไร
เพื่อจะเปลี่ยนแปลงเรา เพื่อจะเปลี่ยนแปลงท่าน
เพื่อเราจะอยู่ต่อไปได้อย่างสง่าผ่าเผย เติบโตต่อไปอย่างสง่างาม
...
หรือท่านไม่เคยเห็นใจลูกศิษย์ ท่านไม่เคยมองเห็นว่าเราเป็นศิษย์
หรือท่านเห็นว่าเราคือทาส ทาสที่คอยรับใช้ คอยให้ท่านรีดไถภาษี
ทาสที่มีหน้าที่ทำงานให้ท่านเหมือนวัวเหมือนควาย หรือท่านไม่เคยมองเห็นอะไรเลย
เมื่อลูกศิษย์โง่ไม่เข้าใจ ท่านก็ปล่อยไปอย่างนั้น
หรือท่านก็โง่ ที่ไม่เคยรู้เลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อเราไม่เข้าใจเราต้องทบทวน
และเมื่อทบทวนแล้วยังไม่เข้าใจ นั่นหมายถึง มันจะต้องมีความผิดปกติเกิดขึ้น
"บทเรียนสอนเราผิด เราก็ทำตาม ครูเราสอนผิดเราก็ทำตาม ฉะนั้นเราก็ผิดเพราะเราโง่เราอ่อนแอ"
 และเมื่อ ศิษย์โง่ ครูโง่ บทเรียนโง่ เราต้องทำอย่างไร??
เราทำได้แต่เราไม่เคยทำ เรามีพลังมหาศาลเปลี่ยนแปลงโลกได้ทั้งใบ
 แต่เรากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เคยเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร
 ไม่แม้แต่จะมีน้ำใจให้เค้ามีพื้นที่ได้ยืนอยู่อย่างมิตร
" พรหมแดนมนุษย์ของเราต่างกัน"
อิสระอย่างปัจเจกชนของเราไม่เท่าเทียม..เราเลยไม่เคยเปลี่ยนเป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนที่มีค่าอย่างเท่าเทียม
เรามีพระเจ้าเป็นร้อยให้เราเลือกนับถือได้อย่างมีอิสระ มีบทสวดมนต์ให้จดจำเป็นร้อยบท ท่องสูตรเลข สูตรรัก
สูตรธุรกิจ เราเติบโตไปพร้อมสูตรสำเร็จต่างๆเหล่านั้นทั้งที่มันยากมากมาย
แต่มีสูตรชีวิตอยู่แค่4สูตรที่เราไม่เคยท่องจำ และไม่เคยปล่อยให้มันได้เติบโตไปพร้อมๆกับเรา
นั้นก็คือ ความกล้าหาญ ความเท่าเทียม ความมีเสรีภาพ และสันติภาพ
ความกลัวราคาแพงเหลือเกิน ราคาของความพ่ายแพ้ช่างสิ้นเปลือง
ต้นเหตุของความเกลียดชัง คือความสูญสิ้นศรัทธาเราหาไม่เคยเจอ
 เมื่อหัวใจทุกดวงสูญสิ้นศรัทธา ไม่มีใครอยู่ข้างเรา เราแพ้..แผ่นดินนี้แพ้ ทั้งโลกนี้แพ้
วันนี้..ตอนนี้ ณ.เวลานี้ คำถามนี้ที่ข้าอยากถามถึงท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย
ครั้งนี้เป็นหน้าที่ของท่าน.ท่านถึงพร้อมดีหรือ?? ท่านคือหัวใจของประเทศชาติท่านเข้าใจหน้าที่ข้อนี้ดีหรือ??
ท่านคือปากเสียงของประชาชนข้อนี้ท่านยังจำอยู่ได้หรือ?
หากท่านตื่นรู้ในหน้าที่ดีอยู่..ครั้งนี้จงประกาศก้องออกไปให้โลกรู้สักครั้งว่าต่อไปเราจะไม่แพ้
พวกท่านจะอยู่ข้างเรา ทหารจะอยู่ข้างเรา แล้วเราประชาชนจะอยู่เคียงข้างท่าน

  
                                        ...วัคซีน...


วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

~ฉันรักเธอเสมอ เพื่อนของฉัน~




แม้เหตุการณ์ครั้งนั้นจะทำให้เราไกลห่าง
แต่ฉันก็ยังคง “คิดถึงเธอ”
ความรู้สึกในชิ้นส่วนที่ขาดหาย ฉันยังคงเก็บมันไว้
แม้ปริศนาคาใจจะยัง...ไม่ถูกไขให้เจนจบ
ก็จงปล่อยให้ความจริงตรงนั้นดำเนินต่อไปตามทางของมัน
แค่เพียงวันนั้นเราได้ใช้วันเวลาร่วมกันเติมแต่งความฝัน
สิ่งนั้นก็ทำให้ฉันได้รู้ว่า...แค่เราพบกัน
“มันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด”
สิ่งใดๆนั้นไม่สำคัญ ความเป็นเราคือสิ่งที่งดงาม
ไม่ว่าเราจะเป็นสิ่งใด ไม่ว่านานสักเพียงไหน
ความคิดที่เพิ่งผ่านไป...มิได้ทำให้ใจเราหม่นหมอง
ชีวิตทุกห้วงทุกตอนยังคงงดงามอยู่อย่างนั้น
เพียงถ้อยคำไม่ทำให้ฉันลบเธอออกไปได้
....
....
หากพรุ่งนี้เราได้พบหนทางใหม่
เมฆครึ้มที่ปกครุมอยู่นั้น ก็จะพลันเคลื่อนสลาย
แม้จะไม่ใช่ทุกที่ ที่ตะวันจะสาดส่องลงไป
แม้ไม่ทุกครั้งที่เราจะยังยิ้มได้
แต่หากในทุกเช้าของทุกวัน..การส่องแสงยังเป็นกิจของตะวัน
ความหมองหม่นทุกครั้งก็จะเป็นกิจของวันเวลา
....
....
ช่วงเวลานั้นผ่านไปไวเหลือเกิน บางครั้งการเคลื่อนที่ของเวลาอาจทำให้เธอลืมไปก็ได้ว่า

 “ความปวดร้าวในครั้งนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร”

                             

                                                                                     ...วัคซีน...

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

~What should I do~



ฉันต้องทำอย่างไร บอกฉันได้ไม๊ว่าฉันต้องทำอะไร

กับสิ่งที่มันฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของฉัน

บาดแผลพวกนั้นฉันจะรักษามันได้อย่างไร

มันฉุดรั้ง มันกำหนด มันกดดัน ให้ฉันจมดิ่ง..ลึกลงไป



ฉันหวาดกลัว ฉันหมดหวัง ฉันสับสน

“และนั่นคือเหตุผลที่ฉันยอมพ่ายแพ้”



พวกคุณบอก..มีอะไรบางอย่างอยู่ในตัวฉันและให้ฉันดึงมันออกมาใช้

แต่พวกคุณคงไม่เคยรู้..กับสิ่งที่ฉันเจ็บปวด

กับการเป็นคนที่ต้องคอยรับฟังอยู่เสมอ
ฉันไม่เป็นตัวเองเลย ฉันไม่รู้เลยว่าตัวตนจริงๆของฉันอยู่ตรงไหน

อะไรบางอย่างตรงนั้น...ตอนนี้ฉันกำลังควบคุมมันไม่ได้

...

"คนๆหนึ่งไม่ให้ฉันกลับไปเหมือนเดิม คนๆหนึ่งควบคุมฉันอยู่ไกลๆ"

...

แล้วตัวฉันล่ะ พวกคุณให้พื้นที่ฉันยืนอยู่ได้ตรงไหน??

ฉันติดอยู่กับอำนาจบุญคุณไม่รู้จบ

จนไม่อาจเดินกลับไปหาตัวตนจริงๆของฉันได้อีกครั้ง

มันไม่สามารถกลับไปเป็นได้เหมือนเดิม

และมันไม่สามารถหาทางไปเป็นแบบใหม่อะไรทั้งนั้น

ความกดดันครั้งนี้มันมีมากมายเหลือเกิน

มากเสียจนคนอย่างฉันจะทนรับมันได้ไหว

ความรู้สึกแบบนี้ มันไม่ปลอดภัยมันคุกคาม

มันไม่มีเสรีภาพ...พวกคุณเคยรับรู้กันบ้างไหม

...
...
...
ฉันอึดอัดเหลือเกิน ฉันไม่สบายใจ

อย่าผลักดันให้ฉันงุนงงกับโลกความจริงที่ถูกทั้งสองฝ่าย

แล้วจะให้คนอย่างฉันตอบสนองมันได้อย่างไร

มันต่อต้านจินตนาการฉัน มันกำหนดฉันลับๆมันทำลายตัวตนฉัน

มันสะท้อนตัวฉันออกมาบ้าๆตลอดเวลา

มันตามหลอกหลอน กัดกร่อน กลืนกินจิตวิญญาณฉัน

ฉันสับสนเหลือเกินฉันไม่สามารถเป็นอะไรใหม่ๆ

หรือหาทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

...
...

ฉันไม่รู้..ไม่เคยรู้..หนทางข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร?

มีสองทางให้ฉันก้าวเดิน แต่สองขาฉันมันไม่กล้าก้าวไป

ฉันเจ็บปวดที่ต้องเป็นอยู่อย่างนี้ ขอได้โปรดอย่ากำหนดฉันอยู่อย่างนี้

ฉันไม่สามารถทำทุกอย่าง ได้ทุกทาง..ให้ถูกใจใครทุกคน





ฉันสับสนเหลือเกินว่าอะไร “คือความจริง”

ความจริงที่ทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้

ความจริงที่ทำให้ฉันหวาดหวั่นวุ่นวาย

ความจริงที่ควบคุมจากใครหลายๆคน

“ความจริงที่ไม่มีวันสิ้นสุดกันเสียที พอกันเสียสักทีเถิดความจริง”

...ฉันเบื่อเหลือเกินโว้ยยย!!!



                                                              ...วัคซีน...













วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

~เสียงจากความหนาว~





อนิจจาฟ้าลอยต่ำเมฆมืดคล้ำดำแท้แท้

ไม่เหลียวแลรักษาไว้ในวิญญาณของมนุษย์

เพลิงกิเลสโหมคลุ้มคลั่งยากยั้งหยุด

ศีลชำรุดใจทรุดทรามน่าหยามหยัน

กระเสือกกระสนจนไม่เห็นว่าเป็นใครในสายตา

ในอุราไม่ประสาในราคี

แลเห็นสิ่งชั่วช้าว่าความสุขบนทุกข์ท่าน

ไล่ฆ่าฟันห้ำหั่น เพื่อยึดมั่นในปรารถนา

สร้างหายนะเพิ่มพันธะให้โลกา

ปรุงตัณหาแต่งนามให้กับตน

….

ความยิ่งใหญ่..ทำให้คุณลืมคุณ ลืมคนไปหรือไร

ความยิ่งใหญ่“จิตสำนึกอย่างคน”คนอย่างคุณใช่เป็นของคุณไม่

คุณจึงไม่ผดุงไว้ซึ่งความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

“ของจิตใจมวลมนุษยชาติ”

หรือเพียงมุ่งหวังในอำนาจจนลืมขาดความใส่ใจ

คุณจึงลืมไปว่าความห่วงใยในสันติภาพโลก

"มันกว้างใหญ่มหาศาล"

ใช่แค่สันติภาพอันน้อยนิดที่สนามหลังบ้านคุณ



                                                                                      ...วัคซีน...



วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

~Only Hope ไม่มีพรุ่งนี้สำหรับสันติ~




บางทีมนุษย์ต้องการจำเพียงเพื่ออยู่ต่อไป

และบางคราว

ก็อยากให้เรื่องราวที่ไม่อยากเก็บไว้อยู่ห่างๆ

มีบางครั้งที่เหตุผลแห่งเวลา ไม่อยากให้มีแม้เพียงแค่สักวัน

....
เพราะมนุษย์ยึดติด...คิดในรูปแบบเวลา

มีชีวิตอยู่กับเวลาใช้เวลาหลอกล่อ และหวังว่าจะรักษาให้ค่อยๆดี

การคิดฝันอย่างนั้นเป็นรูปแบบการหลบหนีที่เราชื่นชอบ

...

มันเป็นอดีตที่เขียนขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากล่อมชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า

สร้างความคิดแห่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทีละน้อยวันแล้ววันเล่า

แต่ไม่เคยมีอะไรใหม่เกิดขึ้นสักที เวลาไม่เคยนำมาซึ่งความเป็นระเบียบและความสงบ

อย่างที่เรานึกฝันและหมั่นปลูกฝังกับความคิดว่ามันจะต้องค่อยเป็นค่อยไป

.....

 
มันสายไปแล้วมิใช่หรือ??

 เมื่อไฟมันติดขึ้นจริงๆคุณยังจะคิดเรื่องสีเสื้อที่ใส่มาดับไฟอยู่ได้อีกหรือ??

เมื่ออันตรายเกิดขึ้นจริงๆกาลเวลาหายไปมิใช่หรือ??

 จะมีแต่เพียงการตอบโต้ทันทีทันใดมิใช่หรือ??

แต่เพราะเราไม่เคยเห็นในอันตรายอันใหญ่หลวงของเราจริงๆ

 ...ด้วยเหตุผลนี้มิใช้หรือ???

เราถึงยังติดอยู่กับปัญหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาไม่เคยหลุดจากมันไปได้สักที

....

เราสับสนอยู่ในปัญหาต่างๆของเราและหลงอยู่ในความสับสันนั้น

เราอาจเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียว

ที่ใช้อดีตและความคิดทำร้ายตัวเอง.. ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น...

เอาความปลิ้นปล้อนของความคิดเราออกไปเสีย เราต้องหยุดความคิดในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไปนั้นเสีย

 มันหมายความว่าจะไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเราที่จะมีสันติ...แต่เราต้องสงบลงในทันที

ตราบใดที่การเคลื่อนไหวของเรายังยึดติดกับอดีตใฝ่ฝันถึงความคิดในอนาคต

ตราบใดที่เรายังแยกมัน เราก็จะยังคงขัดแย้งอยู่ร่ำไป
....
เมื่อคุณกำลังหลงคุณทำอย่างไรเล่า??
 คุณหยุดอยู่กับที่แล้วมองไปรอบๆ หรือคุณยังจะวิ่งตามความหลงนั้นไปแสวงหาความต้องการนั้นไป อ้อนวอนอยู่บนความสับสนนั้นไป
....

เมื่อเราเผชิญกับชีวิตเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์นั่นเองที่ทำให้เกิดปัญหา เมื่อเราท้าทายโดยการตอบสนองที่แบ่งแยก นั่นเองที่เรากำลังหลบหนีจากมัน

เมื่อเราเผชิญกับมันโดยขาดการใส่ใจอย่างเต็มที่ นั่นเรากำลังหล่อเลี้ยงปัญหาให้คงอยู่สืบไปตราบนานเท่าที่เรายังคงสนใจมันอย่างไม่สมบูรณ์...



                                                                                          ...วัคซีน...