วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ลมหายใจปลายด้ามขวาน




หากมีบางสิ่งในสายลมที่รู้ชื่อของคนทุกคน ในเหตุและผลทุกอย่าง
ที่ต้องการให้โลกใบนี้เป็นไปเช่นใด
หากมีสิ่งใดที่อยู่เหนือสุดของโลกใบนี้ และกำลังมองลงมายังผู้คนด้านล่าง

ผู้ที่จะสามารถให้คำอธิบายในเหตุและผลที่แสนจะชัดเจนอย่างเดียวที่ไม่มีใครจะคิดไปถึงได้
หากมีบางสิ่งที่อยู่ใกล้กับสิ่งที่เรียกว่าสวรรค์มากที่สุดเท่าที่ไม่เคยมีใครได้พบพาน
แต่รู้ว่าสิงสถิตอยู่ณ.ที่ตรงนั้นที่เหนือสุดของเหตุผล และของโลกใบนี้
...
โปรดจงส่งคำอธิบายให้กับเราเหล่าสัตว์ต้วเล็กตัวน้อย ผู้ด้อยปัญญา ผู้อ่อนแอและสำหรับฉันผู้แสนปวดร้าวด้วยความรับในอารมณ์สูง แต่รับรู้ในตัวเองต่ำ ให้ได้รู้ในเหตุผลของความทุกข์ระทมของโลกใบนี้ เพราะมันกำลังบอกกับฉันกับผู้คนกับเหล่าสัตว์ ว่าหลายสิ่งในโลกใบนี้นั้นมันไม่เหมือนเดิม  เหล่าใบไม้ใบหญ้าและสายลม ไม่ได้ร่วมยินดีปรีดาส่งเสริม ให้สิ่งมีชีวิตทุกผู้ได้รับความสุข  เมฆดำที่มาปกคลุมท้องฟ้า แสงอาทิตย์เจิดจ้าที่ส่งลงมายังดวงตาฉัน แทบทุกสิ่งที่เห็นนั้นกำลังอาฆาตเราทุกคน แทบทุกเหตุผลที่ฉันเห็นนั้นช่างน่าพิศวง และฉันจะไม่แปลกใจแม้แต่น้อยหากนี่คือความฝันอันพระผู้เป็นเจ้าได้สร้างไว้ในยามหลับ และพรากจากเราไปในยามตื่น
...
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงพลัง ผู้เป็นเจ้าของในเหตุและผลที่ยิ่งใหญ่
ได้โปรดตอบถึงเหตุผลอันทำให้เหล่ามนษย์ต้องเจ็บปวด
ด้วยสงคราม ด้วยความเกลียด ด้วยความหวาดระแวง
พวกเราเหล่าสิ่งมีชีวิตผู้อ่อนแอได้ทำสิ่งอันใดให้พระองค์ทรงพิโรธโกรธเคืองหรือ
ถึงทำให้เราเหล่าทหารผู้กล้า กับเหล่าประชาชนต้องเข่นฆ่ากันทุกวัน??
...
พระองค์ทรงสร้างเราขึ้นมาด้วยความรัก แต่เหตุอันใดหรือถึงพิฆาตเราด้วยความเกลียด
พระองค์ทรงอานุภาพแกร่งกล้า ด้วยพระมหากรุณาแล้วเหตุอันใดพระองค์ถึงไม่ระมัดระวังผู้บริสุทธ์อ่อนแอ
พระองค์ทรงยกชูเหล่ามนุษย์ขึ้นด้วยพลังศรัทธา แต่เหตุผลอันใดจึงกวาดเราลงสู่พื้นพสุธาอันเหน็บหนาว
พระองค์ทรงเลือกให้เราเดินในขบวนแถวของประเพณี แต่เหตุอันใดในขบวนแถวนั้นถึงถูกคุกคามด้วยความต่าง
พระองค์ทรงเป่าลมหายใจแห่งความเชื่อลงในดวงใจ แต่เหตุอันใดจึงหว่านเมล็ดพันธ์แห่งความตายลงในจิตวิญญาณ
พระองค์ทรงชี้นำวิถีแห่งความสุข แต่เหตุผลใดหรือจึงนำไปบนหนทางแห่งความทุกข์ ปลายทางความสุขอยู่เหนือเหตุผล
พระองค์ทรงตกแต่งดวงใจเราด้วยความกล้า แล้วก็ก่อล้อมกำแพงความทุกข์รอบดวงใจเราด้วยความกลัว
พระองค์ทรงสร้างสันติภาพไว้ในการรวมอยู่ แล้วก็ซ่อนคนผู้ซึ่งสร้างความอัปยศอดสูไว้ในหมู่คณะนั้น
พระองค์ทรงบันดาลให้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ แต่ความรักในธรรมชาติกลายเป็นการแก่งแย่งทำลาย
พระองค์ทรงเปิดดวงใจเราให้สว่างไสวด้วยพลังศรัทธา และก็ได้ปิดดวงตาทั้งสองของเราให้มืดบอดด้วยความรักในศรัทธานั้น
พระองค์ทรงผูกพันปัจจุบันไว้กับสิ่งที่เราคุ้นเคย แต่ผูกพันชีวิตไว้กับสิ่งที่ไม่รู้จัก
พระองค์ทรงให้เราดื่มกินชีวิตจากถ้วยของความทุกข์ และดื่มกินความสุขจากถ้วยของความตาย
พระองค์ทรงชำระล้างเราให้บริสุทธ์ด้วยความทุกข์  แล้วชีวิตจิตใจของเราก็ย่อยยับสูญสลายไป
กับรสชาติของความเจ็บปวดแสนสาหัสของความทุกข์นั้นด้วย
...
ความรักในชาติพันธ์คือการเข่นฆ่าทำลาย ความรักในเขตคามคือความอดอยากแร้นแค้น ความรักในชีวิตคือการสยบยอมหมอบราบ
"แล้วเหตุผลอันใดหรือคือความรัก ของพระองค์" ขอพระมหากรุณาของพระองค์ในความสงัดเงียบ ได้โปรดช่วยตอบต่อความสงสัยที่จะทำให้ข้าน้อยได้ประจักษ์ถึงเหตุผล เพื่อจะได้ดำรงสัจจะและคุณธรรมในสิ่งที่พระองค์ทรงต้องประสงค์ด้วยเถิด...


...วัคซีน...

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

~Dreams On My Way~






วันนี้ฉันตั้งใจทำบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเคยถูกสบประมาทให้ฉันต้องหวั่นไหวมาก่อนแล้ว
 เมื่อวานฉันเคยเสียความตั้งใจเพราะคำดูถูก แต่วันนี้ฉันจะเอาชนะถ้อยคำเหล่านั้น
ฉันจะดึงเอาความเร่าร้อนออกจากจิตวิญญาณของฉัน
และเสกสรรค์ปั้นแต่งให้มันกลายเป็นความเลอเลิศและชัยนะ
ฉันไม่รู้หรอกว่าการเป็นเจ้าหญิงที่เรียบร้อย งดงามสง่าดั่งนางฟ้านั้นต้องทำอย่างไร
และฉันก็ไม่ใช่นางฟ้าที่มีความเก่งกล้า ฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนธรรมดาๆคนหนึ่ง
ที่ไม่มีอะไรพิเศษ ฉันรู้แต่เพียงว่าการได้อยู่กับลมหายใจเข้าออก
การได้อยู่กับความหมายบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงแต่ความหมายของความรัก ความทุกข์
"แต่มันคือทุกสิ่งในศิลปะแห่งชีวิต"
นั่นแหละคือคำตอบของการมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ไพศาลและทรงคุณค่า
และฉันก็หวังว่าทุกคนจะเห็นคุณค่า
และรักทุกนาทีของชีวิตเหมือนดั่งพระอาทิตย์รักทุกนาทีของกลางวัน
พระจันทร์รักทุกโมงยามในค่ำคืน
...
ชีวิตจริงของฉันเป็นดั่งความฝัน นิรันกาลเป็นดั่งนิยาย 
 เมื่อฉันได้มองย้อนกลับไปในอดีตแล้วพานพบกับความผิดพลาดที่เคยทำไว้
ก็ย่อมยังความเจ็บช้ำไว้ในหัวใจมันเป็นธรรมดา
ด้วยว่ากิจของความคิดก็คือผู้ฉายซ้ำโศกนาฎรกรรมของชีวิต
 เมื่อใดก็ตามที่ฉันขีดวงล้อมให้ความคิด ความคิดก็โอบรัดฉัน
ไม่มีความนิ่งในสายน้ำที่ไหลไปทุกขณะ ไม่มีความว่างในสายลมที่เคลื่อนไหว
ไม่มีความเย็นใดๆอยู่ในเปลวไฟที่ลุกโชน
...
เมื่อบางสิ่งในความหวนคำนึงได้สูญหาย
 เมื่อฉันต้องนอนจมจ่อมอยู่กับความระทมทุกข์อย่างคนเป็นไข้ 
 ตัวยาใดเลยจะช่วยรักษาความสงสารตัวเองให้เหือดหาย
ฉันจะขอพรจากเทพองอ์ใดเล่าหากฉันหลงลืมตัวตนของตัวเอง
ฉันจะรู้จักหน้าเทพองค์ใดเล่าถ้าฉันไม่เคยเฝ้ามองดูตัวเอง
ฉันจะยึดถือโบสวิหารสักการะต่อศาสดาองค์ใดเล่า ถ้าฉันขาดความเคารพนับถือในตัวฉันเอง
...
"ไม่มีจิตวิญญาณดวงใด จะร่ำร้องเริงระบำได้อย่างอิสระอยู่ในกรงขังที่ปิดตาย"
...
โชคชะตาไม่อาจนำพาฉันไปสู่ที่หมายใดๆได้เลยหากฉันไม่ยินยอมพร้อมเดินตาม
หัวใจฉันก็จะไม่เรียกร้องต่อสิ่งใดเลยหากฉันไม่ยินดีรับรู้และเงี่ยหูฟัง
และเมื่อโชคชะตาเล่นตลก ฉันก็เป็นคนเลือกที่จะยินยอมพร้อมใจไปกับเรื่องราว
 ใครกันหรือที่จะกล้าปลีกเปลี่ยนเส้นทางและหัวเราะเยาะฟ้า ว่าข้านั้นสำคัญยิ่ง

ที่ใดก็ตามที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ตรงนั้นก็มักจะมีจุดจบ
อดีตมาเยือนฉันในความคิดคำนึง อนาคตก็คือสิ่งที่ฉันฝัน ปัจจุบันคือสิ่งที่บางครั้งฉันลืม
เราทุกคนต่างอยู่ในวงล้อมของความคิด เมื่อวานนี้หายไปเมื่อเราลืม
 พรุ่งนี้ไม่เคยมีเมื่อรู้ตัวอีกทีมันก็คือวันนี้ที่เรายืนอยู่
...
อะไรกันหรือ ที่เราโกหกได้ อะไรกันหรือที่เราเลือกได้ ชีวิตที่ทรงคุณค่า
โชคชะตาที่เรากำหนด ความสุขสดใสสวยงาม ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง แล้วมันให้อะไร??
...
เมื่อดอกไม้งามไม่เคยทวงถามถึงฤดูกาลที่จะเบ่งบาน โชคชะตาก็ทำเช่นเดียวกัน
ทุกหนทุกแห่งมีการพานพบ เพื่อจบจาก
 เค้าอาจนำสิ่งใดก็ตามมาสู่หน้าบ้าน หน้าประตู ทางเดิน บันได ใต้ร่มไม้ ใกล้ระเบียง
ในฝูงชน หรือเมื่อต้องทุกข์ทนอยู่อย่างเดียวดาย
...
ชีวิตเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ ความเที่ยงแท้มากมายหลายเหตผล
ดั่งฟ้าดลใจเปิดโอกาสให้ได้พบประสบพักตร์แล้วจากนั้นก็ตั้งใจปิดหนทาง
เพื่อให้หัวใจได้เรียนรู้วิธีเพาะปลูกสายสัมพันธ์
ให้ชีวิตได้เชื่อมถึงกันด้วยจิตวิญญาณ ให้ห้วงต่างๆในอารมณ์ ได้ค้นหาความเข้าใจ
และได้เรียนรู้ว่าช่องว่างของความต่างนั้นช่างแสนงดงามดั่งสัจธรรมที่เที่ยงแท้
และประกาศให้เห็นด้วยว่าความไม่เที่ยงแท้นั้นแท้จริงช่างงดงามยิ่งกว่า



...วัคซีน...

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

~Be Yourself You Can Fly~



มันช่างแสนยากหากเธอจะกล่าวว่าโลกใบนี้ช่างแสนเลวร้าย
ในยามที่หมู่มวลวิหกทั้งหลายยังคงขับขานบทเพลงอยู่บนท้องฟ้า
ในยามที่เธอต้องทุกข์ทนโศรกเศร้า ด้วยห่วงโซ่แห่งพันธนาการของชีวิตอยู่นั้น
ในยามที่เหมันตกาลมาเยือนหมูมวลดอกไม้ก็มิได้จะหยุดเบ่งบาน
บนโลกที่แวดล้อมด้วยความสวยงาม
เมื่อยามใดที่เธอเศร้า สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ตรงที่เดิมไม่หายไป
...
มันช่างแสนยากหากเธอจะกล่าวว่าโลกใบนี้ช่างเต็มไปด้วยความอยุติธรรม
ในยามที่ครูอาจารย์ของธอยังไม่หยุดสั่งสอนให้รู้จักผิดเป็นชอบ
ในยามที่เธอหลงไหลมัวเมาไปกับเส้นทางที่สนุกสนานของเธอนั้น
ในยามที่คิมหันตกาลมาเยือนอาจารย์ของเธอ
ก็ยังคงเฝ้าสั่งสอนจากผิดเป็นชอบและรอเธออยู่ที่เดิม
...
มันช่างแสนยากหากเธอจะกล่าวว่าโลกใบนี้ช่างเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ในยามที่หัวใจของเธอยังคงร่ำร้องหาความรัก
ต้องการเป็นสุดที่รัก และยังมองหาคนที่เธอจะมอบความรัก
ในยามที่เธอพยามจะไขว่คว้าดวงดาวบนท้องนภา
 แต่เธอกลับพบว่ามันเป็นได้แค่ดาวทรายบนชายหาด
ในยามที่วสันตกาลมาเยือนต้นหญ้าที่เหี่ยวเฉา ก็ถูกชุบให้ตื่นฟื้น
สายฝนยังคงให้ความสดชื่นต่อชีวิตอยู่เหมือนเดิม
...
เธอเงียบเหงา เธอเบิกบาน เธอเจ็บปวด เธอเหน็บหนาว เธอทุกข์ทน
 ผ่านฤดูกาลต่างๆภายใต้แสงอาทิตย์ ผ่านกงล้อชีวิตภายใต้แสงจันทรา
หากแต่ฤดูกาล่ต่างๆก็ผ่านพ้นไปและเปลียนเป็นสิ่งใหม่อยู่ในที่เดิม
มื่อเธอสนุกสนาน...ยามเช้าพระอาทิตย์ก็ยังอยู่เคียงข้างเธอ
เมื่อเธอทุกข์ร้อนรน...ยามค่ำพระจันทร์ก็ยังอยู่เป็นเพื่อนเธอ
ไม่เคยทอดทิ้งให้เธอต้องอยู่เดียวดายกับความมืดมิด
...
ในชีวิตที่ยากเย็นในช่วงเวลาที่เธอยุ่งเหยิง เธออย่าหวาดกลัวในสิ่งที่เธอเป็นเธอ
จงเป็นเธอ จงเป็นตัวเธอ เพราะเธอเท่านั้นที่ทำให้ตัวเธอร่าเริงอยู่ได้
เธอเท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้คืนและวันที่เธอมีทุกๆนาทีทุกๆชั่วโมงทุกๆวันที่เป็นของเธอ
... 
ชีวิตในทุกๆ เส้นบรรทัด ทุกๆอารมณ์ทุกๆถ้อยคำมันเป็นของเธอ
เพราะเธอเป็นเธอ...จึงมีสิ่งที่เธอเป็น
...เพราะเธอเป็น..ในสิ่งที่เป็นเธอ..โลกนี้จึงมีศิลปะ...

                                                           ...วัคซีน...


วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

~The Voice Of Silence~





กลางวันที่ต้องอดทนรุ่มร้อน กลางคืนมืดมิดเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย
ฉันเดินอยู่บนเส้นทางที่ท้องถนนลุกท่วมเป็นไฟ
ไม่มีใครสักคนที่จะเอื้อมมือมาสัมผัส
บนเส้นทางที่เปลี่ยวและเหงา เงียบและลึก
ฉันเดินไปอย่างตระหนกสั่นไหว บทเพลงจากเหวลึก
ยังบรรเลงขึ้นมาให้ฉันต้องหวาดหวั่นหัวใจ
....
"ความคิดก็เหมือนกับความเจ็บปวดที่ทรมานอยู่เสมอ"
....
ฉันได้ยืนอยู่ระหว่างกลางของเส้นตัด
ของความเป็นและความตาย...สวรรค์และนรก
เสียงจากข้างบนกล่าวเตือนกับฉันว่า
สัจธรรม ความงดงาม ความดี นั่นคือของดีที่เธอจงทำ
ทันใดนั้นเสียงจากนรกก็ตะโกนเย้ยหยันกลับมาว่า
เธอจะเห็นสัจธรรมจากสิ่งที่เธอไม่เคยสัมผัสถึงได้อย่างไร
สวรรค์นั้นบิดเบือนด้วยเสียงสวดจากความงดงาม
ของคุณความดีที่มีอยู่เกลื่อนเมือง
ปิดบังไม่ให้เธอได้มองเห็นความจริงในห้วงนรก
เธอจะกลัวสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นได้อย่างไร
เธอจะด่วนตัดสินสิ่งที่เธอไม่เคยมองเห็นไปทำไม???
....
บัดนี้จิตใจของฉันวุ่นวาย สับสนวิ่งวนไปอย่างคนบ้า
เสรีภาพจากความบ้าในตัวฉันถูกโดดเดี่ยว
 ฉันอยู่ในบ้านแห่งสวัสดิภาพของความบ้าอย่างเดียวดาย
ความมั่นใจในตัวเองทำให้ฉันตกเป็นทาสของความทะนงตัว
ความงมงายในสวัสดิภาพทำให้ความกล้าหาญในโลกกว้างฉันถูกขโมย
ฉันมองไม่เห็นพรจากแสงของตะวันยามเช้า
 ฉันไม่เห็นความรักจากแสงของจันทรายามค่ำคืน
ฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว อ่อนแรง สิ้นหวัง
ในเกาะกำบังแห่งการเวียนว่ายตายเกิดของความคิด
ฉันได้แต่ร้องร่ำปรับทุกข์อยู่ในความฝัน ร้องขอพรวิงวอนอยู่ในฝัน
สวดบ่นตะโกนไปอย่างนั้นแต่กลับให้เสียงนั้นดังอยู่แค่ข้างใน
ไม่กล้าแม้แต่จะให้เสียงนั้นดังเล็ดลอดออกไป
....
...ฉันหวาดกลัว...ฉันกลัวใครจะได้ยิน...
ฉันกลัวว่าเสียงร้องขอจากหัวใจฉันมันจะมิใช่สิ่งอื่นใดเลย
นอกเสียจากเสียงของความคิด ที่คนอื่นๆได้คิดเห็นเป็นรูปธรรมเอาไว้แล้ว
และการกระทำของฉันก็คือความหวังที่ทุกคนมิได้ตั้งเอาไว้
ฉันจึงยังคงให้ความฝันของฉัน
อาศัยอยู่ในบ้านแห่งความมืดมิดและเงียบต่อไป
โดยไม่มีใครได้มองเห็น ไม่มีใครได้เข้าไปถึงที่ตรงนั้น
หากแต่ความเป็นจริงของความฝัน เนื้อหาแห่งความหวัง
ฉันยังคงโอบกอดมันไว้ด้วยจิตวิญญาณของฉัน
ยังมิให้ได้หลุดลอยไป ยังอยู่ในที่ที่เป็นนิรันดิ์
.... 
เพราะสิ่งซึ่งมาจากนิรันดิ์ ควรหวนคืนสู่ที่ซึ่งเป็นนิรันดิ์


...วัคซีน

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

~ฉันคือคนบ้า~



...

ใบหน้าของผู้คนผู้อาศัยอยู่บนโลกกว้างใหญ่ใบนี้มีตั้งมากมาย
ใครคือผู้อยู่ในรูปแบบที่หลากหลายใครคือผู้สร้าง ใครคือผู้ทำลาย
 ใครคือผู้ได้หน้าผู้ชั่วร้าย ใครคือผู้สวมใส่ใบหน้าอ่อนใสของความรัก
ใครคือผู้ยึดครองหัวใจแห่งความทุกข์ ใครคือผู้สุขเกษม
ใครคือสายสัมพันธ์ของอดีตกาลและอนาคต
ใครคือผู้อยู่ในจิตวิญญาณดวงแรก ใครคือผู้อยู่ในกวีบทแรก
ใครคือผู้อยู่ในสัมผัสอ่อนหวานแสนละมุน ใครคือผู้ร้อนรุ่มสั่นไหว
ใครคือผู้อยู่ในความว่างเปล่า ใครคือผู้อยู่ในถ้อยคำมากมาย
ใครคือผู้สร้างกฎแห่งความเคลื่อนไหว
ใครคือผู้สร้างให้คืนวันหมุนเปลี่ยนเวียนต่อไป
...
...
ใครๆก็ดื่มด่ำกับรสชาติของชีวิตแต่น้อยคนนักที่จะสมดั่งใจ
 แต่ถ้าสมมุติว่าเราคือคนบ้าแล้วนำมันไปสู่จุดจบแห่งความเลวร้าย
ใครคือผู้ที่จะเข้าไปค้นหาสามัญสำนึก ใครคือผู้เข้าใจในระดับที่ล้ำลึกยิ่งกว่า
 ใครคือผู้ชนะ ใครคือผู้ที่จะเข้าไปทำลายสิ่งชั่วร้ายนั้น??
...
...
และฉันก็คือ"คนบ้า"..ฉันคือคนผู้สร้างตำนานชีวิตจากความลี้ลับ
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ใครหลายหน้าบอกว่าไม่เข้าใจ
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ไม่ต้องการให้ใครเข้าใจถึงความสิ้นสุด
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ใช้ความบ้าเพื่อสร้างสรรค์
ฉันคือคนบ้า ฉันสร้างสรรค์งานด้วยความบ้าเพื่อความฝันไม่ใช่เพื่อเงิน
ฉันคือคนบ้า ฉันไม่มีความรักให้กับทุกสิ่งในโลกโดยเฉพาะพวกคนหน้าเงิน
ฉันคือคนบ้า ฉันออกจากชีวิตที่บ้าวัตถุไปสู่ดินแดนแห่งความฝันเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ
ฉันคือคนบ้า ฉันมาเพื่อกล่าวย้ำถ้อยคำบ้าๆและจะกล่าวย้ำๆให้ดังลั่นสนั่นออกไป
ฉันคือคนบ้า  ฉันเป็นคนที่ไม่มีคำสัญญา เพราะฉันไม่คิดจะรักษามัน
ฉันคือคนบ้า ที่คิดว่าความรักไม่ใช่แค่ชั่วข้ามคืนและต้องมีกันตลอดไป
ฉันคือคนบ้า หากคุณรักในศักดิ์ศรีของฉันมากกว่าแค่อยากเช็ดน้ำตาจงมาเอาใจฉันไป
ฉันคือคนบ้า ฉันไม่มีความลับใคๆ นอกจากคำภีร์แห่งความบ้า
ฉันคือคนบ้า ค้นหาตัวฉันได้จากสองอย่าง คือในความฝัน และนิรันดรภาพ
แล้วคุณล่ะเป็นใคร???


...วัคซีน...


วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

~The Better Human~





เธออย่าได้หวาดหวั่นหากความทุกข์จะร่วงโรยลงไป
 บนเส้นทางแห่งใดที่เธอนั้นกำลังเดินอยู่
เธอจงปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีทาง
บนความอ้างว้างเดียวดาย ไร้ที่พักพิง ไร้คนรู้จัก ไร้คนเข้าใจ
เธอจงปลดปล่อยให้มันเข้ามา
เธอจงให้ความทุกข์นำมันลงมา
แล้วจากนั้นความเจ็บปวดจะผลักดันเธอขึ้นไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้หวนคำนึงถึงเมื่อยามที่เธออ่อนแอ
เมื่อยามที่เธอได้ยืนย่ำอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เธอไม่คุ้นเคย
"แม้กระทั่งตัวของฉันเองในบางครั้ง"
และเมื่อเธอได้ก้าวผ่านคืนวันอันแสนยาวนานแห่งการจมเจ็บนั้น
ความทุกข์จะพัดพาตัวเธอออกไป
ไปยังที่ที่เธอจะไม่แตกต่างไปจากเดิม
แต่เธอจะแตกต่างห่างไปโดยคืนวัน
คืนวันจะมอบความหวังให้กับเธอ
คืนวันจะส่งความห้าวหาญให้กับเธอ
เธอจะเป็นเป็นสิ่งเดียวกันกับวันนี้
เธอจะอภัยให้กับความผิดพลาดทั้งหมดของเธอที่ผ่านมา
เธอจะรับคำตำหนิสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เธอไม่สามารถทำได้
"และจากคนที่เคยทำให้เธอเจ็บ"
เธอจะได้ยินเสียงหัวใจของเธออีกครั้ง
แล้วเธอจะได้ขอบคุณช่วงเวลาที่แสนดี และช่วงเวลาที่โหดร้าย
เธอจะได้ประจักษ์ว่าไม่ได้มีอะไรทำร้ายเธอเลย

เพราะฉนั้นเธอจงอย่าได้ละอายกับความผิดพลาดที่เธอได้ลงทำไป
เธอแค่อยู่ ณ ที่ตรงนั้น เพื่อได้เรียนรู้ว่า
"เธอได้เคยใช้ชีวิตอย่างบกพร่อง"
แล้วเธอจงให้โอกาสตัวเธอได้มีความหวังอีกครั้ง
เพราะความหวังคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอจะมีชีวิตอยู่เพื่อมัน
เพราะบางทีเธออาจจะไม่ใช่คนในแบบที่เธอคิดว่าเธอเป็น
เพราะบางทีเธออาจจะได้ค้นพบบางสิ่งที่อาจจะทำให้เธอกลายเป็นคนที่ดีกว่า
เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าปิดประตูบานนั้นลง
เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอคิดอยากเป็น The better human…


...วัคซีน...


วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Sweet November




ห้วงอดีตที่ผ่านมาก็เหมือนกับผงฝุ่นในกำมือที่เธอได้กอบกำเอาไว้
เธอจงปล่อยให้มันร่วงหล่นลงไปผ่านนิ้วแต่ละนิ้ว
ออกไปทีละน้อยอย่างช้าๆค่อยๆให้จางหายไป
แล้วเธอจะได้เรียนรู้สาระของความเจ็บปวดจากจุดเริ่มต้น
...
จากเรื่องราวบางอย่างทีเป็นสิ่งลึกลับ
จากอุปสรรค์ทั้งหลายที่ไม่เคยได้ถูกกล่าวขานไว้
ณ.ที่ดินแดนแห่งใด
และทุกๆย่างก่าวแห่งความเหน็บหนาวจะทำให้เธอเติบโต
...
อนาคตคือผู้นำทางพาเธอเดินไปสู่ที่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
เธอจะต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวและภาพความเจ็บปวดในอดีต
แล้วเธอจะต้องเข็มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อที่จะไม่ยอมแพ้
เพื่อที่จะได้ทำตามความฝันของเธอ
...
เมื่อถึงคราวที่เธอจะต้องติดอยู่กับด้านมืดของเธอ
ชีวิตที่เลวร้าย ความเจ็บปวดทรมานของเธอ
เธอจงยอมรับมันเพื่อให้เธอได้มีชีวิตอยู่และสู้ต่อไป
แล้วเธอจะได้เรียนรู้ว่าการเดินทางในความมืด
มันสอนให้เธอได้ใช้สัมผัส
มันจะสอนให้เธอได้รู้จักวิธีค้นหาหนทางเพื่อหวนกลับไปใหม่
..ในยามที่ชีวิตของเธอมุ่งเอาแต่หนีกับหนี..
...
และในยามคำคืนแห่งนี้กับราตรีที่เป็นเพื่อนเธอ
 ขอเธอจงปลดปล่อยภูติผีไปกับราตรีนี้เถิด
เธออย่ายึดถือวิถีแห่งการหลบหนีไปจนชั่วนิรันดร์เลย
เราทั้งสองมิได้ถูกลิขิตมาให้คู่กัน
เธอจะแต่งงานกับความมืดมิดไปจนนิรันดร์ได้ฉันใด
เธอแค่ได้สิทธิ์ยึดช่วงเวลาไว้เพื่อนำชีวิตเธอไปสู่ฟ้าสาง
แค่ให้เธอได้มีสิทธิ์ใช้ห้วงแห่งกาลร่วมพิทักษ์ความว่างเปล่าของเธอ
และห้วงเวลานั้นที่เป็นของเธอ
เธอจงใช้ชีวิตอย่างที่เธออยากให้มี
อย่างที่เธออยากให้เป็นไปจนตลอดราตรีนี้
...
ให้ห้วงราตรีได้เปิดเผยตัวตนของเธอ
ให้ความสงัดของราตรีบอกความจริงโดยประจักษ์ในสิ่งที่เธอควรรู้
ให้ความโดดเดี่ยวได้เฝ้ามองดูตัวเธอ
และให้ความเงียบได้ฟังเสียงสะอื้นในอดีตของเธอ
และเมื่อถึงยามรุ่งอรุณขอเธอจงละทิ้งมันไป
มันไม่มีประโยชน์ที่เธอจะยึดยื้อมันไว้โต้รุ่งไปจนฟ้าสาง
เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวความมืดเหงาเอาไว้
...
มื่อถึงเวลาที่เรือได้ข้ามฝั่งแล่นมารับเธอแล้ว
ขอเธอจงได้มีสิทธิ์เลือกแล่นเรือออกไปสู่ความไฝ่ฝันของเธอเถิด
อย่าให้ดินแดนแห่งความทรงจำในความหลังเหนี่ยวรั้งตัวเธอไว้ได้
เมื่อห้วงสมุทธเรียกร้องเธอแล้วเธอจงนำเรือออกไป
 แล้วปล่อยทิ้งอดีตของเธอไว้ให้เป็นสัจธรรมต่อโลกใบนี้ ...


...วัคซีน...