วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2552

โลกนี้ยังมีฉันอยู่

ค่ำคืนที่ฟ้าไร้ดาว เหมือนเราที่ไม่เคยมีใคร
ท้องฟ้าจะเศร้าเหมือนอย่างเราไหม
ในคืนที่ดาวไม่มาใส่ใจเหมือนอย่างที่ใครๆไม่เคยแลเหลียวเรา
ลมแรงๆพัดมาพาให้เหน็บหนาวแต่ก็ยังไม่เท่าภายในใจที่มันหนาวเหน็บ
ความรู้สึกเจ็บร้องถามแต่ก็ต้องสะกดมันเอาไว้
สั่งเบาๆเข้าไปข้างใน
ใจเอยเธอต้องทนให้ไหวเห็นเข็มนาฬิกาไหมอีกไม่นานก็เช้าแล้ว
แต่เข็มนาฬิกาทำไมช่างใจร้ายยิ่งคอยนับเหมือนไม่อยากจะเคลื่อนไหว
หรือว่าเวลาจะเป็นใจให้คืนนี้อยู่ไปนานๆ
ทุกๆค่ำคืนฉันพร่ำภาวนาขอให้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับวันใหม่
วันที่ไม่ทำให้เหงาใจวันที่มองฟ้าสดใสกว่าทุกๆวัน
แต่ฝันก็ไม่เคยเป็นจริงเพราะสิ่งที่เห็นมีเพียงความว่างเปล่า
ความเศร้าลำพังยังไม่ได้จางหาย
ความรู้สึกเช่นนี้จะมีใครรับรู้บ้างไหมว่ามันกัดกร่อนแทะเล็มดวงใจ
ทั้งเจ็บทั้งปวดร้าวใจยากเกินจะพรรณนา

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

19-ข้อคิดนำให้ชีวิตมีสุข

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต
1.ระลึกเสมอว่าการจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน
2.เมื่อคุณแพ้อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs (3.1) เคารพตนเอง (Respect for self) (3.2) ต้องเคารพผู้อื่น (Respect for others) (3.3)รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions
4.จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตน บางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5.จงเรียนรู้กฎเพื่อที่จะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6.จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7.เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8.จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9.จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10.จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11.จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมา คุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปอีกครั้ง
12.บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13.เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีต
14.จงแบ่งปันความรู้เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15.จงสุภาพกับโลกใบนี้
16.จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17.จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดก็คือความรักมิใช่ความใคร่
18.จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19.จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง
ข้อคิดดีๆจากพุทธศาสนา ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบตค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

จงเชื่อมั่นแล้วเดินตามเสียงหัวใจ

ฉันคือผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีความฝัน ความบ้าบอในตัวฉันคือชอบฝันไปไกลแสนไกลและชอบทำอะไรที่ไกลเกินฝัน ความอ้างว้างกับความเหงาเขาอยู่เป็นเพื่อนฉัน เราโอบกอดกันทุกวัน มันเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งฉันไป ในความอ้างว้างฉันพยายามฟังให้ได้ยินเสียงของความรัก แต่เสียงนั้นช่างอยู่แสนไกลเอื้อมมือคว้าไปก็เจอแต่ความว่างเปล่า บนความเงียบเหงาท้องฟ้าดูเศร้าดวงดาวหม่นหมอง เราต่างประคองกันร้องให้ให้กับความว่างเปล่าเดียวดาย หยาดฝนกำลังโปรยปรายพร้อมกับดวงตาฉันน้ำตากำลังรินไหล น้ำตาของฉันมันมาจากความอ่อนไหวเป็นอาการสั่นสะเทือนของหัวใจและหยดน้ำใสๆที่หล่นจากฟ้ามันมาจากไหนหรือว่ามีใครแอบไปทำให้ฟ้าช้ำใจฟ้าจึงร้องให้ออกมาเหมือนอย่างฉัน หากเป็นเช่นนั้นวันนี้เราจะอยู่ร้องให้เป็นเพื่อนกัน

ดวงดาวเอยเธอเห็นเหมือนกับฉันไหมอย่างน้อยวันนี้ที่เรากำลังเสียใจวันที่เราไม่มีใครข้างกาย เราก็ยังมีท้องฟ้าที่ยิ่งใหญ่มาร้องให้เป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฟ้าก็ยังเป็นฟ้าที่ไม่ต้องการอะไร เป็นฟ้าใจดีเป็นฟ้าที่มีค่าและท้องฟ้าไม่เคยคิดจะจากเราไป ถึงใครจะไม่ใส่ใจเราก็ปล่อยเขาเพราะเรามีฟ้าที่ยังเป็นของเราอยู่ และฉันก็รู้ว่าท้องฟ้าจะไม่ทิ้งกันเพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ต่อไปฉันขอให้สัญญาต่อดวงดาวและจันทราว่า พรุ่งนี้ฉันจะเป็นคนใหม่ต่อไปฉันจะไม่สะกดคำว่าแพ้ ฉันจะไม่ให้ใครบอกว่าฉันเป็นคนอ่อนแอและฉันจะไม่ยอมสิ้นหวัง พรุ่งนี้ฉันจะมีพลัง และพรุ่งนี่ฉันจะยังหยัดยืนอยู่บนโลกใบนี้

ถึงฉันจะเคยผิดพลาดแต่ฉันจะไม่ยอมหยุดฝัน ฉันไม่แคร์ว่าใครจะมองว่าฉันบ้าหรือบางคนที่ด่าว่าฉันโง่ ฉันจะไม่ไปร้องขอให้เขาหุบปากหรืออ้อนวอนให้เขาช่วยมองฉันใหม่ เพราะว่าคำๆนั้นมันช่วยเสริมให้ชีวิตฉันบินไปได้ไกล คำๆนั้นมันทำให้ฉันมองเห็นแสง และทุกครั้งที่ฉันมองเห็นแสงฉันเชื่อว่าฉันจะต้องมีความหวังและที่นั่นก็ต้องมีความสมหวังรออยู่หัวใจมันสั่งให้ฉันสู้ฉันก็ต้องสู้ตามเสียงของหัวใจ เมื่อความเศร้าพ้นผ่านเราจะเจอปรากฏการณ์ใหม่ท้องฟ้าสดใส ทุ่งหญ้าเขียวขจี บนความเจ็บปวดย่อมมีความหวังเจืออยู่หากเราเรียนรู้ที่จะเข้าใจและพร้อมที่จะให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่ มองเห็นสิ่งใหม่ๆ ชีวิตมีไว้ให้สู้ก็ต้องสู้กันต่อไปนะคะ

ฉันอยู่ตรงนี้นะ (ยิ่งกว่าคำว่ารักมากว่าคำว่าเพื่อน)

มีหลายคนบอกเอาไว้ ว่าคนเราต้องใช้เวลานานแสนนานกว่าที่จะค้นพบกับใครสักคนที่เป็นเพื่อนแท้เพื่อนที่พร้อมจะอยู่รับรู้และรับฟังแบ่งปันทุกข์สุขในชีวิตซึ่งกันและกัน แต่สำหรับตัวฉันแล้ว...สิ่งที่ยากยิ่งกว่านั้นก็คือการรักษามิตรภาพความเป็นเพื่อนเอาไว้ให้นานแสนนาน แต่ฉันก็จะสัญญาว่าฉันจะทำให้เธอได้สำหรับคนที่ฉันได้เรียกเขาว่าเพื่อน

เพื่อนของฉัน ฉันรู้ว่าเธอมีความฝันและฉันก็รู้ว่าเส้นทางแห่งความฝันของเธอนั้นมันยังอีกยาวไกลเธออาจต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายกว่าที่จะคว้าเป้าหมายได้อย่างที่ใจเธอฝัน มันอาจจะมีวันที่เธอเหนื่อย วันที่เธอหมดกำลังใจ วันที่เธออ่อนแอ วันที่เธอรู้สึกย่ำแย่กับผู้คนแต่เธอจงอย่าท้อ ขอให้เธอคิดทุกครั้งที่เธอหมดหวังว่าเธอยังมีฉันอยู่ เพื่อนคนนี้ยังคอยเป็นกำลังใจให้เธออยู่และจะเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดไป จำคำของฉันไว้วันที่เธอไม่ไหวให้มองกลับมา ฉันอยู่ตรงนี้นะฉันยังเป็นเพื่อนของเธอ

อดีตที่ผ่านมาฉันรู้ว่าเธอเจ็บและฉันก็ไม่อยากให้เธอเก็บมันเอาไว้ อารมณ์ที่เป็นเมื่อวานปล่อยให้มันผ่านไป ในวันพรุ่งนี้จะมีเราคนใหม่อยู่บนโลกใบเดิม แต่เป็นโลกที่สะกดด้วยคำว่ารักและความไว้ใจ รู้ไหมตอนนี้ฉันอยากให้เธอเอามือเธอมาวางบนมือฉันไว้ แล้วไม่ต้องพูดอะไร หรือหากเธอมีบางอย่างที่อยากระบายแต่อายที่จะให้ฉันรู้ ก็ขอให้เธอพูดอยู่ในใจหรือไม่ถ่ายมันออกไปกับน้ำตาเธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะมองว่าเธอบ้า ขอให้รู้ไว้นะว่าฉันเข้าใจ เพื่อนที่ดีไม่ต้องการที่จะตอกย้ำให้เพื่อนพูดคำว่าฉันเสียใจ เพราะคำนั้นมันไม่มีความหมาย เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกัน เราเป็นเพื่อนกันไง

เธอรู้ไหมความหมายของคำว่าเพื่อนฉันเขียนมันด้วยหัวใจ และเก็บมันเอาไว้บนเนื้อที่เล็กๆตรงนั้นบนหน้าอกข้างซ้ายและมันก็ไม่เคยถูกลบเลือนไป เธอรู้ไหมข้อความในนั้นมันบอกว่าฉันรักเธอ หากมีวันไหนที่เธอร้องให้แล้วหาฉันไม่เจอให้เธอเดินออกมา แล้วแหงนมองไปบนท้องฟ้าจ้องไปที่ดาวดวงนั้น ดวงที่อยู่ใกล้พระจันทร์ หากมันยังส่องแสงแสดงว่าฉันยังอยู่ ฉันจะมานั่งรอทุกครั้งที่เธอคิดถึงฉัน มาแบ่งปันความทุกข์ใจ หรือถ้าเธอต้องการกำลังใจให้เอามือไปวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายแล้วจำได้ไหมตรงนั้นเราเคยเขียนอะไรไว้ด้วยกัน อ่านมันสิคำนั้นมันจะเป็นกำลังใจให้เธอ ฉันรักเธอนะ MIO MINT

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

สิ่งที่คาดเดาไม่ได้คือความตายกับจิตใจมนุษย์

ความต้องการของคนเหมือนกับท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ จะมีใครรู้บ้างว่ามันจะไปสิ้นสุดตรงไหน เส้นปลายทางของขอบฟ้าอยู่ที่แห่งหนตำบลใด จะมีใครที่ไหนเคยไปถึงตรงนั้นบ้าง เหมือนกับชีวิตและจิตใจของผู้คน คนทุกคนรับรู้ว่าตัวเองมีตัวตนแต่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าในใจของตนจะสิ้นสุดความอยากความต้องการเมื่อใด ไม่รับรู้ได้ว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาวันไหน และวันนั้นตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลืออยู่จงใช้มันอย่างมีคุณค่า อย่าเอาชีวิตไปล้อเล่นกับเวลา เพราะเวลาไม่เคยปราณีใครและก็ไม่มีใครมีอำนาจไปสั่งให้เวลาหยุดหมุนหรือย้อนหลังกลับไปได้เวลาคือตัวทำลาย มันจะออกหมายคำสั่งให้เราขึ้นเฝ้าพระอินทร์เมื่อไหร่ก็ได้ถ้ามันต้องการ

การมีสติ ความรู้ ความฉลาด และความสามารถเท่านั้นที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง จิตใจและความคิดสามารถสร้างและผลิตอะไรขึ้นมาก็ได้ที่เราอยากไห้มีอยากให้เป็น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกระบวนการคิดถ้าคิดดีก็สร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดี ผิดถูกก็ขึ้นอยู่กับว่าใจเขาใจเราเลือกคิดแต่สิ่งที่ถูกไม่ใช่เลือกให้คนอื่นมาเชื่ออย่างที่ใจเราคิดคนที่ปฏิเสธความคิดเราเขาไม่ได้เป็นคนผิด ทุกอย่างบนโลกนี้มีดีและไม่ดีอยู่ที่เราจะไขว่คว้า ถามใจตัวเองดูว่าอยากไขว่คว้าเอาสิ่งใด

มีใครสงสัยบ้างไหมว่าคนทุกคนมีหัวใจแต่ทำไมหัวใจของทุกคนกลับไม่เหมือนกันทั้งที่เราอยู่บนที่เดียวกันมีความหิวเหมือนกัน เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือน หัวใจเป็นก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง คนๆหนึ่งก็มีความคิดอย่างหนึ่ง แล้วความคิดที่มาจากใจก้อนหนึ่งทำไมถึงคิดและใช้ชีวิตต่างกัน แท้จริงแล้วจิตใจของเราทำงานอย่างไร จิตใจบงการความคิดหรือความคิดปิดบังจิตใจกันแน่ มันเป็นคำถามที่ฉันเองยังสงสัย และยังไม่เคยค้นพบกับคำตอบ สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ทำการกระทำกับความถูกต้องมักสวนทางกันอยู่เสมอ

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

ผู้หวังดีที่มักถูกลืม

ตื่นขึ้นมาแหงนหน้ามองท้องฟ้า ยิ้มให้กับพระอาทิตย์ ยิ้มให้อากาศ ยิ้มให้สายลม ขอบคุณที่พระอาทิตย์ไม่ตื่นสาย ขอบคุณที่สายลมไม่เคยหลับไหล ขอบคุณที่ทุกอย่างไม่เคยทิ้งเราไป แล้วต่อไปก็เริ่มทำอะไรให้ตัวเองทำสิ่งดีๆไว้ให้กับโลกใบนี้ให้เหมือนกับผู้หวังดีที่อยู่รอบๆตัวเราแต่เราไม่คยมองเห็นอย่างเช่นอากาศและสายลม รักตัวเองให้เหมือนกับอากาศรักตัวเรา ให้ความหวังดีกับเพื่อนมนุษย์เหมือนอย่างพระอาทิตย์ให้ชีวิตกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ตัวอย่างดีๆมีไว้ให้เห็นมีไว้ให้บอกกับตัวเองว่าความดีที่ทำไปไม่จำเป็นต้องได้อะไรกลับคืนมา ทำความดีไม่ต้องรู้ว่าทำเพื่ออะไร ทำความดีด้วยใจที่หวังดีโดยไม่ต้องมีคำถามกับหัวใจว่าทำไมฉันต้องทำ

เราเคยมีความสงสัยบ้างไหมว่าพระอาทิตย์ อากาศสายลมเค้าเป็นญาติใครเกิดมาเพื่ออะไรและเพื่อใคร แสงกับสายลมเค้ามีความคิดไหมแล้วทำไมเค้าสร้างสิ่งมีชีวิตผลิตหลายๆสิ่งให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เค้าต้องทำหรือว่าเค้าทำตามความฝัน แล้วความฝันเค้าจะมีจุดอิ่มตัวหรือเปล่า เค้าเหนื่อยบ้างไหมที่เค้าต้องทำหน้าที่ให้ประโยชน์มากมายให้กับใครตั้งหลายคน ทำไมเค้าไม่บ่น ทำไมเค้าไม่ต้องการของขวัญไม่มีวันเกิด ไม่ต้องการให้ใครมองเห็น ไม่ต้องการยศตำแหน่ง ไม่แย่งชิงอำนาจระหว่างกัน ทำไมสายลมไม่แย่งตำแหน่งพระอาทิตย์ และพระอาทิตย์เคยอยากเป็นสายลมบ้างหรือเปล่า เค้าเคยเกลียดกันบ้างไหม หรือว่าเค้าเคยเกลียดเราบ้างหรือเปล่า เค้าจะเบื่อบ้างไหมกับความดีที่ทำไว้ทุกวันโดยที่ไม่เคยได้อะไรกลับคืนไปบ้างเลย แล้ววันนี้เราทำดีให้กับใครมอบความรักให้กับอะไรๆในโลกใบนี้เหมือนอย่างที่พระอาทิตย์กับสายลมทำบ้างหรือยัง

หากยังไม่รู้ว่าคุณค่าของการทำดีคืออะไร ความสุขใจมีจริงไหมก็ให้มองตัวอย่างที่มีให้เห็นทุกวันสิคะแล้วจากนั้นลองทำตามดู คุณจะรู้ว่าคุณค่าและความสุขของการทำดีคืออะไรความสุขมันอยู่ที่ไหนและเกิดขึ้นอย่างไร ความสุขใจของผู้ให้มันเกิดขึ้นข้างใน ไม่ใช่จากลมปากของใครๆอย่างที่หลายคนเข้าใจและต้องการ แต่มันเกิดขึ้นทุกครั้งที่คิดอยากให้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะอยากให้ใครๆมาเอ่ยปากชื่นชม ความภูมิใจของพระอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ก็คงจะเหมือนกับความคิดของนักบุญคนรวยที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิตทั้งหลาย

ที่สุดของความคิดของนักบุญคนรวย เขาบอกว่า เหตุผลของเขาที่อยากเป็นคนรวย ไม่ใช่แค่อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาต้องการก็คือ เขาต้องการที่จะเป็นคนที่สามารถช่วยผู้อื่นได้และใครๆก็อยากให้ช่วยเพราะวางใจในตัวเขา แล้วคุณล่ะคะอยากเป็นคนรวยบ้างหรือเปล่าหรือว่าที่กำลังบอกใครต่อใครว่าตัวเองรวยแล้วตอนนนี้ได้ปฏิบัติตัวตามคุณสมบัติของคนรวยอย่างแท้จริงให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบแล้วหรือยัง ถ้าบอกว่ายังคุณยังไม่ใช่คนรวยค่ะ

หัวใจมีไว้สะกดคำว่ารัก

มนุษย์ทุกคนเกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว กับหัวใจคนละ 1 ดวง มาค้นหาความหมายของสิ่งทุกสิ่ง
ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แต่เมื่อค้นหากลับยิ่งไม่เข้าใจ สงครามเกิดขึ้นมากมายระหว่างผู้คน คนทุกคนต้องการอะไร ทำไมหัวใจดวงเล็กๆที่เคยว่างเปล่าสดใสกลับแต่งแต้มด้วยสีมากมายบนโลกใบใหม่ที่เราได้เกิดขึ้นมา แท้จริงแล้วเราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าหัวใจเราเกิดมาเพื่อแก่งแย่งชิงดีช่วงชิงอำนาจความเป็นหนึ่งหรือว่าเกิดมาเพื่อค้นหาอะไรแล้วตอนนี้เจอหรือยัง หากมันยังไม่สายเกินไปอยากให้ทุกคนมีสติกลับมาหาความหมายของชีวิตตัวเองใหม่ค้นให้พบสิ่งที่เป็นความจริงว่าอะไรบ้างที่เรายังไม่ซึ้งและแกล้งทำเป็นหลงลืมมันไป

เราอาจจะพยายามค้นหาความหมายของสิ่งบางสิ่งมาตลอดชีวิตแต่สิ่งที่อยู่ใกล้ๆตัวเรา สิ่งที่เค้าทำให้เราดำรงอยู่ช่วยให้เรามีลมหายใจเราเคยเข้าใจสิ่งนั้นอย่างแท้จริงหรือเปล่า เค้านำเรามาเกิดเค้าให้ชิวิตก่อนที่เราจะมีความคิดก่อนที่จะมีลมหายใจ เค้าคือสิ่งที่ประกอบรูปธาตุของเราให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์
เค้าอยู่บนเนื้อที่เล็กๆในหน้าอกข้างซ้ายที่เราเรียกเค้าว่าหัวใจหากยังคิดได้ทำความเข้าใจใหม่กับหัวใจตัวเองเสียที ทีนี้รู้จักไหมก้อนเนื้อก้อนนั้นขนาดไม่ใหญ่ไปกว่ากำปั้นรองรับเรื่องราวไว้หลากหลาย บางครั้งเค้าก็เหงา บางครั้งเค้าก็เดียวดาย บางครั้งก็สุขใจ ตัวเรามีหน้าที่ใช้งานเขาแต่เราเคยรู้บ้างไหมว่าเค้าต้องการอะไรและอะไรคือความหมายแท้จริงของเค้า รู้บ้างไหมอวัยวะสิ่งนี้เค้าเกิดมามีหน้าที่ไว้ทำสิ่งใด

ใช่เค้าเกิดมาเพื่อค้นหาความหมายของคำว่ารัก เราอาจได้รู้จักกับหลายๆอย่างบนโลกใบนี้และมีหลายๆสิ่งที่เราทำให้มันเกิดขึ้นมา แต่สำหรับบางสิ่งบางอย่างมีเพียงความรักเท่านั้นที่จะทำให้มันเป็นไปได้ บางสิ่งความรักเท่านั้นที่เป็นคำตอบ ความรักเท่านั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ความรักเท่านั้นที่นำพาให้เรามาอยู่รวมกันบนโลกใบนี้ วันนี้คุณมอบความรักดีๆให้กับคนบนโลกใบนี้หรือยัง จงเชื่อมั่นในความรัก.....แล้วความรักจะเป็นคำตอบสำหรับทุกๆ คำถามในหัวใจ