วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แมมโมรี่ที่ไม่มีใครรู้





มีคนมากมายอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร มีคนมากมายสงสัยในความเป็นฉัน มีคนมากมายตั้งคำถามและอยากรู้ในคำตอบแห่งความระแวงสงสัยนั้น

และก็มีคนมากมายอีกเช่นกันที่เค้าอยากรู้ว่าความจริงแล้วฉัน..คือ เทพหรืออสูร...

ตั้งแต่เกิดมาฉันก็ตั้งคำถามมาตลอดว่าฉันเกิดขึ้นมาจากความต้องการของใคร...เพราะจริงๆแล้วดูเหมือนไม่ค่อยมีใครต้องการสสารโครงสร้าง ชีวะวิทยาที่เรียกว่าตัวฉันด้วยซ้ำ

มีแต่คนผลักใสตัวฉันจนหลายต่อหลายครั้งฉันต้องระเห็จระเหแร่ร่อนไปอยู่ไกลๆ แต่น่าแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งรู้ไม๊ ที่ว่าทุกครั้งที่ฉันต้องจากจากที่ที่ฉันรู้จักและคุ้นเคยไปอยู่ไกลๆมันกลับทำให้ฉันมีส่วนผสมในชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่น

ฉันชอบไม๊ในความเปลี่ยนแปลงนั้น..ตอบ..ว่าบางครั้งก็ชอบ บางครั้งก็หนักใจ บางครั้งก็โดดเดี่ยว บางครั้งก็สร้างความวุ่นวาย และครั้งนี้ที่กำลังเป็นอยู่ ณ.ตอนนี้ส่วนผสมที่รวมเป็นตัวฉันมันสร้างเกราะกำบังให้ใครต่อใครมองไม่เห็นฉัน..มันทำให้ฉันเข้ากับคนอื่นไม่ได้..เรื่องนี้คงยังไม่เคยมีใครรู้..

ฉันไม่ใช่ทั้งเทพและอสูร..แต่..ฉันมีส่วนผสมของทั้งสองอย่างอยู่ในตัวฉัน..พ่อของฉันอาจเรียกได้ว่าเป็นพญาอสูรเก่งกาจมีอำนาจและพิษสงเหลือร้าย ดังนั้นแม้ฉันจะมีสายเลือดของเทพในตัวอยู่บ้างแต่สายเลือดแห่งความเป็นอสูรมันก็ยังฝังแน่นอยู่ในยีนส์ของฉัน และมันก็เข้มข้นพอที่จะเปลี่ยนแปลงให้ฉันกลายร่างเป็นอสูรเมื่อไหร่ก็ได้

อสูรคือเทพที่หน้าตาภาพลักษณ์ไม่สวยงามมีอำนาจฝ่ายชั่วควบคุมฝ่ายชั่วเทพคือเทวดาที่หน้าตาสวยงามซึ่งเป็นคู่ตรงข้ามของอสูร...เพราะฉะนั้นเมื่อมามองดูที่ตัวฉันมันเลยแสดงให้เห็นว่าฉันไม่ใช่ทั้งเทพและอสูร

ภาพของอสูรในตัวของพ่อฉันไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของผู้คน..แม้ฉันจะมีหน้าตาเป็นเทพถูกชุบเลียงในเมืองมนุษย์ก็ไม่เคยหยุดความคิดของคนได้ ฉันไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่มีสิทธิรังเกียจและผลักใสสายเลือดที่ฉันมี..ฉันจึงจำเป็นต้องอยู่ในร่างเทพอสูรต่อไป

ฉันเคยนึกน้อยใจในโชคชะตา นึกตัดพ้อต่อความใจแคบของคน นึกเสียใจต่ออะไรก็แล้วแต่ที่มีความหมายร้ายๆที่ฉันสามารถนึกไปถึงได้ว่ามันคือตัวฉัน..แต่เมื่อฉันได้เติบโตอยู่ในโลกที่บรรจุด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆ...ฉันจึงรู้ว่าสิ่งที่ฉันกำลังเจออยู่บางคนก็รูปร่างเหมือนมนุษย์แต่จิตใจเป็นสัตว์อสูร บางครั้งได้พบปะพูดคุยกับเทพจำเป็น เทวดาจำแลง ปีศาจคาบคัมภีร์ ผู้ดีในป่ามายา บนจักรวาลที่แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่ต่างสะสาร ธรรมชาติที่ต่างหน้าที่และความเปลี่ยนแปรงที่ไม่เคยมีใครเดาความหมายได้

ฉันจึงได้ตระหนักรู้ว่าในโลกที่ฉันอยู่นี้เคลื่อนที่ด้วยความคิด เต็มไปด้วยการปฏิเสธหรือตอบรับอย่างมักง่ายมากไปด้วยความผิดพลาดที่ตัดสินด้วยความคิดพื้นฐานและอัดแน่นไปด้วยการคาดเดาจากตรรกะที่ไร้น้ำหนัก

ฉันจึงต้องเปลี่ยนแปรงความคิดตัวเองให้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ฉันได้เจอด้วยส่วนผสมแตกต่างที่ฉันมี ดึงในส่วนที่ดีและไม่ดีมาทำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดเพื่อฉันจะได้หลุดจากการครอบงำของอิทธิพลทางความคิดและกฎของกาลเวลา..แท้ที่สุดแล้วก็คือฉันกำลังปรับจากอสรพิษที่มีอยู่ในตัวฉันแปรเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเซรุ่มเพื่อรักษานั่นเอง

เนื่องด้วยเหตุผลที่ฉันไม่เคยนิยมชมชอบส่วนผสมที่เป็นอสูรในตัวฉัน..ฉันจึงใช้เวลาที่ว่างและเหลืออยู่ในชีวิตของฉันศึกษาเข้าไปในจิตของตัวเองเพื่ออยากหลุดพ้นจากความสงสัยต่างๆนาๆที่เคยมี และในอีกหนึ่งความประสงค์ก็เพื่อเข้าไปเสาะหาคำตอบที่อยู่เหนือคำว่าแก้ตัวเอาออกมาบอกกับผู้คนทั้งหลายให้เข้าใจในตัวฉันอย่างแท้จริงสักทีว่าแท้จริงแล้วตัวฉันคือใครเป็นยังไง..

แล้วฉันก็ได้ค้นพบว่าในตัวของฉันไม่ได้มีส่วนผสมใดๆอย่างที่ฉันเข้าใจในตอนแรก แต่แท้ที่จริงแล้วจิตวิญญาณของฉันต่างหากทีมันมีอยู่สองดวง คือ...จิตวิญญาณดวงที่เป็นมนุษย์และอีกดวงหนึ่งเป็นจิตวิญญาณของสัตว์ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ฉันเข้าใจในตอนนี้ว่ามันคือตัวฉัน ณ.ขณะนี้

ในสภาวะที่ไม่มีแรงกดดันจิตวิญญาณของสัตว์ในตัวฉันมันจะไม่มีฤทธิ์เดชและแสดงอำนาจอะไรออกมาแต่ถ้าหากเวลาใดที่ฉันถูกจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวฉันก็จะกลายร่างเป็นสัตว์ในทันทีซึ่งเป็นสภาวะที่ทำให้ฉันรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมากในตอนนี้และก็ยังไม่เคยค้นพบวิถีทางแห่งการหลุดพ้นหรือวิธีการอันแท้จริงที่จะหยุดมันได้

จะพอมีบ้างมันก็ยังเป็นแค่เพียงทฤษฎีอันบางเบาที่คอยหล่อเลี้ยงความกลัวของฉันไม่ให้มันลุกลามเท่านั้นเองและทฤษฎีอันบางเบานี้เองที่มันเป็นมายาคติสร้างความงมงายให้ผู้คนที่ไม่รู้จักตนเองต้องวนเวียนอยู่ในวัฎมายา แห่งความคิดของตนอยู่ต่อไป



                                                                                          ...วัคซีน...
       


วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ยิ่งสูง ยิ่งหนาว




ทุกวันนี้ฉันพยามเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรให้ปลอดภัยไม่เจ็บปวด


ฉันรู้ว่าทุกอย่างมันยากที่จะไว้ใจได้ ไม่ใช่แต่ตัวฉันเท่านั้น แต่เป็นทุกๆคนรอบๆตัวฉัน

....

มันเป็นเพราะ..ฉันกลัวหรือ??

....


หรือเป็นเพราะใครไม่เคยเข้าใจตัวฉันเลย...หรือเปลา??

ฉันยอมสูญเสียทางของฉัน

ฉันต้องเลือกปิดตายประตูของโลกใบนั้นเอาไว้

เพราะ..อะไร??..

หรือคุณอยากรู้เพื่ออะไร??

แล้ว..คุณรู้ไม๊ว่าฉันตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไรทั้งหมด

เพราะฉันไม่อยากให้มันทำลายทุกคนรอบๆตัวฉัน

และไม่ต้องการให้มันสร้างความเจ็บแค้นให้ฉันต้องไประบายกับใครๆ
....
....

คุณรู้ไม๊มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดที่จะเข้าไปในโลกที่มันไม่เคยมีอะไรน่าอภิรมย์เลย

คุณรู้ไม๊ในโลกใบนั้นมันทำร้ายฉันทุกครั้งเมื่อมีใครสักคนหนึ่งอยากเห็นอยากเปิดออกดู


เมื่อมันเดินมาถึงจุดที่ฉันต้องเลือกไปฉันก็ต้องอดกลั้นมันไว้


ถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่สามารถร้องไห้ได้

ทำไมฉันต้องหลบซ่อน

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนแอของฉันเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น

เพราะอะไรคุณรู้ไม๊ ??

เพราะ...ฉันยังต้องต่อสู้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปไง..

ฉันยังต้องสู้กับการหลอกลวง จากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำปรอบใจ

ที่มันเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในชีวิตของฉัน

หลายครั้งฉันถอดใจ และบางครั้งก็อยากหายตัวไปไกลๆ

แต่..ทำไม่ได้

ไม่เป็นไรไม่มีใครผิดหรอก..ผิดที่ฉันเอง

ไม่เป็นไร

คุณมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกคิดออกแบบให้ฉันเป็นอย่างไรก็ได้

เมื่อคุณเชื่อว่าความคิดนั้นถูกฉันก็จะเป็นคนผิดเอง

ฉันไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี และไม่น้อยใจที่ไม่มี

ฉันไม่มีสิทธิ์รังเกียจหรือปฏิเสธรากเหง่าของฉันตัวเอง

ฉันไม่มีสิทธิ์ไปบอกให้ใครต้องดีหรือเลวไปมากกว่านี้

ฉันเป็นทุกอย่างที่คุณคิด

ฉันเลือกได้แค่นี้ที่ฉันเป็น เท่าที่คุณเห็นและเข้าใจ

ฉันคือคนผิดจริงๆฉันผิดมาตั้งแต่เกิดแล้ว

ไม่เป็นไรหรอกฉันรับได้..และก็เป็นฝ่ายต้องรับได้ไปมาตลอด

ฉันเข้าใจ..ไม่เป็นไรหรอก..ไม่เป็นไรจริงๆ

ขอโทษทุกคน..สำหรับสิ่งที่ฉันเป็น...


                                                  ...วัคซีน...

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

The Voice Within Live(จงเชื่อมั่นแล้วเดินตามเสียงหัวใจ)



ดิฉันเชื่อนะคะว่าใครๆหลายคนคงมีเพลงในดวงใจของตัวเอง เพลงที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจของเราให้ยังคงมีชีวิตชีวาอยู่ได้บนโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้ และบางครั้งก็คงเป็นเพราะความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้มังคะ...ที่ทำให้เราเหงาและเดียวดาย

เพลงๆ นี้ ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ดิฉันเชื่อว่าคุณๆหลายคนคงจะเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ แต่ดิฉันไม่ทราบว่าเวลาที่คุณกำลังฟังเพลงนี้อยู่ไม่ว่าฟังอยู่ที่ไหน..เวลาใดพวกคุณจะมีความรู้สึกเดียวกับดิฉันบ้างหรือเปล่าคะ??

ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าทุกๆถ้อยคำที่อยู่ในบทเพลงนี้เหมือนเค้าจะบรรจงแต่งขึ้นมาเพื่อดิฉันคนเดียว

เหมือนเค้ากำลังพูดอยู่กับดิฉันเมื่อยามฉันเหงาเดียวดายเหลือเกิน

....
....

บนโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแต่ละคนก็ล้วนต่างความคิดและจิตใจ
จะไปมัวคาดหวังให้คนทุกคนบนโลกใบนี้เข้าใจเราทั้งหมด...มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้เห็นด้วยไม๊คะ
แต่มันจะดีแค่ไหนล่ะคะ..หากเรารู้สึกว่าบนความกว้างใหญ่นั้นเรามีคนบางคนที่เรารักและรักเรา...เข้าใจในสิ่งที่เราทำ..เข้าใจในสิ่งที่เราฝัน..รับรู้แม้กระทั่งเสียงที่เบาที่สุดของลมหายใจแห่งความท้อแท้

...เพียงแค่นั้น...

มันก็น่าจะมากมายและเพียงพอกับการสร้างกำลังใจที่จะลุกขึ้นเดินต่อไปได้แล้วจริงไม๊คะ
รู้ไม๊คะ..ว่าเพลงบางเพลงแม้มันจะเป็นท่วงทำนองเดียวกัน..แต่ความรู้สึกของคนฟังนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน..ลองฟังดูนะคะบางทีดิฉันอาจเพ่งรู้ก็ได้ว่าดิฉัน อาจมีเพื่อนที่ร่วมความรู้สึกเดียวกันกับดิฉันอยู่..

"ก่อนฟังหลับตานะคะแล้วเราจะพบกัน เพราะดิฉันใส่ความรักและความรู้สึกทั้งหมดในหัวใจของตัวฉันเองลงไปในเพลงๆนี้แล้ว..อิอิ..ขอให้มีความสุขกับบทเพลงค่ะ"..

.....
.....

Young girl, don't cry
สาวน้อยอย่าร้องไห้ไปเลยนะ

I'll be right here when your world starts to fall
ฉันจะอยู่ตรงนี้เมื่อเธอเริ่มรู้สึกเธอท้อแท้

Young girl, it's all right
สาวน้อยทุกย่างมันจะต้องดีขึ้น

Your tears will dry, you'll soon be free to fly
 น้ำตาเธอจะเหือดแห้งไป ในอีกไม่นานเธอจะรู้สึกสบาย

When you're safe inside your room you tend to dream
เมื่อยามที่เธอเก็บตัวอยู่ในห้องของเธอ เธอยังคงฝังตัวอยู่กับความฝัน

Of a place where nothing's harder than it seems
แห่งดินแดนที่มีแต่ความสงบนั้น

No one ever wants or bothers to explain
ไม่มีแม้ใครสักคนที่ต้องการหรือวุ่นวายที่จะอธิบาย

Of the heartache life can bring and what it means
ถึงชีวิตที่ปวดร้าวและความหมายของมัน

When there's no one else
เวลาที่ไม่มีใครสักคน

Look inside yourself
ให้เหลียวกลับมามองดูที่ตัวเธอเอง

Like your oldest friend
เค้าคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ

Just trust the voice within
จงเชื่อและศรัทธาเสียงข้างในตัวเธอ

Then you'll find the strength
แล้วเธอจะค้นพบแสงแห่งพลัง

That will guide your way
แล้วสิ่งนั้นจะช่วยนำทางให้เธอ

If you will learn to begin To trust the voice within
หากเธอจะเรียนรู้จงเริ่มต้นศรัทธาและเชื่อเสียงข้างในของเธอ
.....

Young girl, don't hide
สาวน้อย อย่าหลบซ่อนตัวอยู่อีกเลย

You'll never change if you just run away
เธอจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ถ้าเธอยังคงวิ่งหนีอยู่

Young girl, just hold tight
สาวน้อยเธอจงมั่นคงเข้าไว้

And soon you're gonna see your brighter day
แล้วในอีกไม่นานเธอจะต้องพบกับวันที่สว่างสดใส

Now in a world where innocence is quickly claimed
และวันนี้ในโลกที่เด็กน้อยไร้เดียวสาใฝ่ฝันถึง

It's so hard to stand your ground when you're so afraid
มันยากนะที่เธอจะยืนหยัดอยู่ได้ทั้งที่เธอยังกลัวเหลือเกิน

No one reaches out a hand for you to hold
ไม่มีใครเขาจะยื่นมือออกมาให้เธอจับหรอกนะ

When you're lost outside look inside to your soul
ดังนั้นเมื่อเธอหลงทางสับสนขอให้มองเข้าไปในหัวใจเธอ
....
....

Life is a journey
ชีวิตคือการเดินทาง

It can take you anywhere you choose to go
มันจะนำพาเธอไปในทุกที่ที่เธอเลือกไป

As long as you're learning
ตราบนานเท่านานที่เธอยังคงเรียนรู้

You'll find all you'll ever need to know
เธอจะค้นพบกับทุกสิ่งที่เธอต้องการรู้

You'll make it You'll make it
(เข้มแข็งไว้)เธอจะเอาชนะได้(เชื่อมั่นไว้)เธอจะต้องทำได้

Just don't go forsaking yourself No one can stop you
แค่อย่าละทิ้งมันไปไม่มีใครจะสามารถบอกว่าเธอไม่สามารถทำได้ไม่มีใครมาหยุดเธอได้

.....

You know that I'm talking to you
"เธอรู้ใช่ไหมฉันกำลังพูดกับเธอนะ"


.....
.....


                                                                                      ...วัคซีน....






วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

~ฉันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไร~



เคยเป็นไม๊ที่บางครั้งก็อยากจะทำอะไรออกไปอย่างไม่มีเหตุผล

เคยเป็นไม๊ที่บางครั้งเหตุผลดีๆตั้งมากมายมันก็ฟังไม่เข้าใจ

เคยเป็นไม๊ที่ภายในใจมันอัดแน่นด้วยเหตุผลต่างๆนาแต่มันก็สังเคราะห์ออกมาไม่ได้

เคยเป็นไม๊ที่อยากระบายสิ่งที่มันอัดแน่นอยู่ข้างใน

แต่ไม่รู้ว่าจะเรียงออกมายังไง..ก็มันแน่นจริงๆจะให้ฉันทำยังไง..

ก็จึงต้องระบายได้แค่ไหนก็รับไปแค่นั้น..นะคะ อิอิอิ..ก็แค่จะระบายมันออกไป..แค่นั้นจริงๆ

........

ฉันนั่งจ้องมองความคิดของตัวเองทุกวัน

สิ่งที่อยู่เป็นเพื่อนฉัน..ก็คือ..ความเหงาและเงาแห่งความล้มเหลว

ทุกๆค่ำคืนและในทุกๆวัน

ได้ยินแต่เสียงที่คอยเตือนฉันว่า “เธอควรจะตื่นจากฝันร้ายได้แล้ว”

ได้ยินไม๊ “เสียงข้างในจิตใจฉันบอก”

เค้าคอยสั่งการฉันเรื่อยมา..เมื่อเวลาฉันชอบตาค้าง

เค้าบอกฉันว่า..ให้ภาวนา..หลับตาๆๆ..

แล้วพาตัวเองเข้าไปนอน

ทุกโสตประสาทรับคำสั่งเสียงสุดท้ายก่อนเข้านอน

..ว่า..

“พรุ่งนี้เธออาจเจอสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นในเช้าวันใหม่นะ”

แล้วฉันควรจะเชื่อหรือเปล่าล่ะ

ย้อนถามกับตัวเองทุกที


.....
.....


ใช่นะ..ฉันเป็นคนที่เชื่อมั่น แต่ไม่ค่อยจะมั่นใจ

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

บางครั้งฉันก็เกิดมีความคิด

แต่..บางครั้งฉันก็เกิดคิดไปว่า

ตัวของฉันมีพลังงานแห่งความล้มเหลวส่องสุมอยู่ภายใน

ก็ยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่า..คิดอย่างนั้นทำไม...ไม่รู้...ไม่รุ้จริงๆ

มีคนชอบบอก..และ...ฉันก็ชอบไปได้ยินมา

..ว่า..

“อย่าคิดลบ”..ฉันก็อยากจะบอกเค้าคนนั้น

“คนนั้น”ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คนไหน..หน้าตายังไง

..ก็เลยยังไม่ได้บอก เพราะหาเค้ายังไม่เจอ

ฉันรู้ตัวอีกแล้วๆๆ..คุณก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันใช่ไม๊??

“ฉันไม่ได้บ้า... ฉันแค่ไม่ค่อยปกติ”

ฉันรู้ตอนนี้คุณคงนึกขำในตัวฉัน

ขำเถอะนะเพราะฉันก็ฟังเค้ามา

...ว่า...

ขำแล้วชีวิตและจิตใจจะดี

ฉันไม่รู้!!..ฉันก็แค่ฟังเค้ามาอีกแล้วเหมือนกัน

เค้าๆๆๆ..เค้านี่จบมาจากไหน เค้านี่เป็นใคร เค้านี่ทำไมรอบรู้จัง

เค้าที่บอก เค้าที่สั่ง เค้าที่คอยมีอิทธิพลต่างๆนาๆ



แล้วเราล่ะเป็นใคร..ฉันไม่รู้อีกแล้ว...รู้แต่ว่า

ตั้งแต่เกิดมาก็ต้องรู้จากเค้า ฟังจากเค้า

...ตลอดเลย..

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

ถามเค้าอีกได้ไม๊นะ??

...ฉันพยายามนะ...

อยากตามหาเค้า เพื่อจะบอกเค้า เพื่ออยากให้เค้าเชื่อในเรา

ฉันไม่ได้ต้องการอะไร ก็แค่อยากเก่งอย่างเค้าบ้าง

สุดท้ายทำไมไม่มีใครเชื่อเรา

หลายคน...เชื่อแต่เค้า

.....

แต่สักวันรออีกนิดแล้วคุณจะเห็น

ด้านที่แตกต่างของฉัน

แล้วฉันจะทำให้เค้าตะลึง..555(ไม่ได้เพ้อ)

ฉันไม่ได้บ้า แค่เพี้ยนนิดหน่อย

ใครจะสนใจคนบ้า

แต่ระวังนะอีกหน่อยคุณจะคิดถึงฉัน

คุณจะงงงันในสิ่งที่ฉันเป็น..เคยเป็น..และจะเป็น

อย่ากระซิบกัน อย่านินทาฉัน..คุณคงไม่รู้ใช่ไม๊

..ว่าฉันได้ยิน..

555....ฉันไม่ได้บ้าคุณเชื่อไม๊

ถ้าไม่แน่ใจถามเค้าสิ

จริงๆนะฉันก็ไม่ได้พูดอยู่ในความฝันฉันมีสติ..

แต่สติๆมันคงไม่ค่อยจะดี.ณ.ตอนนี้

และที่ฉันเพ้อออกไปขนาดนี้ไม่ใช่ความผิดฉัน

มันเป็นเพราะสติ..อย่าโทษฉันมันเป็นเพราะสติ

ฉันไม่ผิด ผิดที่สติที่ลืมฉัน..และฉันก็ลืมสติ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม..คุณรู้ไม๊ เค้ารู้ไม๊..หรือใครรู้ช่วยบอกฉันที

“เพราะฉันคนนี้คือคนที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไร”



                                              ....วัคซีน....



วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

What I've Done(ลบสิ่งที่คุณเป็นให้หายไป)



บางเหตุการณ์..บางความรู้สึก..กับบางอย่างที่ต้องการจะสื่อ..
บางครั้งถ้อยคำที่สวยหรูตั้งมากมาย..ก็อาจแทนความหมายได้ไม่หมดทั้งหัวใจ..

สงคราม ความล้มเหลวของสังคม การแบ่งแยกทางศาสนา การเป็นศัตรูกันของมนุษย์กับมนุษย์ ความทารุณโหดร้าย....ประเทศที่กำลังจะล่มสลายทั้งๆที่น่าจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่..คุณเคยรู้สึกและมองเห็นกันบ้างหรือเปล่าประเทศของคุณกำลังเป็นอยู่อย่างนี้ไหม
....
 "ศิลธรรมและจริยธรรมกำลังจะแตกสลาย ทุกอย่างล้วนมองเห็นได้จากมิวสิคนี้"..


In this farewell,


ในการร่ำลาครั้งนี้

There's no blood,there's no alibi.

จะไม่มีการนองเลือด ไม่มีข้ออ้างใดๆ

Cause I've drawn regret,

เพราะฉันจมอยู่กับความเสียใจ

from the truth,of a thousand lies.

จากความจริง ของคำโกหกนับพัน

So let mercy come, and wash away...

จึงขอให้ความเมตตาเข้ามา ลบล้างมันออกไปให้หมดสิ้น
What I've done,

สิ่งที่ฉันได้ทำอะไรลงไป

I'll face myself,

ฉันจะเผชิญหน้ากับตัวเอง

To cross out what I've become,

เพื่อก้าวข้ามในสิ่งที่ฉันเป็น

Erase myself,

ลบตัวตนของฉันออกไป

And let go of What I've done.

และปลดปล่อยสิ่งที่ฉันได้ทำลงไปให้หายไป

Put to rest,

ฝังมันไว้ (ลืมมันไป)

what you thought of me.

สิ่งต่างๆที่เธอคิดเรื่องของฉัน

Well I clean this slate,

ฉันเป็นคนลบล้างความผิดเหล่านั้นไป

with the hands of uncertainty

ด้วยสองมือที่ไม่มั่นคงนี้

So let mercy come,

ขอให้ความเมตตาจงมา

and wash away...

ลบล้างมันออกไป

For what I've done,

สำหรับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป

I start again.

ฉันขอเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

And whatever pain may come,

ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดเช่นไร

Today this ends,

วันนี้จะเป็นวันสุดท้าย

I'm forgiving...

ฉันให้อภัย

What I've done,

ในสิ่งที่ฉันทำไป

I'll face myself,

ฉันจะเผชิญหน้ากับตัวเอง

To cross out What I've become,

เพื่อก้าวข้ามตัวตนที่ฉันเป็น

Erase myself, And let go of

ลบตัวตนของตัวเองออก และปลดปล่อย

What I've done.

สิ่งที่ฉันได้ทำลงไป ให้หายไป

 ความเศร้าจะยังไม่เหือดหาย ความซวยจะยังดำเนินต่อไป ความกลัวยังคงหนักหน่วงทับถม
..หากคุณยังไม่มีการให้อภัยและลบตัวตนปลดปล่อยตัวของตัวเองออกไป..

                                                                              ...วัคซีน..

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

~พระเจ้าในตัวคุณ~



เพราะบนเส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่นี้มันยากขึ้นทุกวินาทีทีที่จะหายใจ

บางเวลาที่ที่เราคุ้นเคยก็ยังไม่ปลอดภัย

จนทำให้หัวใจเรารู้สึกอ่อนล้า

....

....

เราไม่มีผู้กล้าคนใดมาฉุดมือเราลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้า

นำพาเราทั้งหลายให้ฟันฝ่ามรสุมลูกนี้ไป

...

ใครคนนั้นที่เราหวังว่าจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทย...เรายังไม่มี

เรามีแค่เพียงคนที่เข้ามาเพื่อการเริ่มต้นใหม่และก็จากลาเราไปแค่นั้น..แค่นั้นจริงๆ

....

เเสงอาทิตย์ดวงใหม่ที่แกร่งกล้าและพร้อมจะสาดส่องลงไปเรามองเห็นได้...แค่ฝัน

วันฟ้าใหม่วันนั้นเราไม่เคยมี เราทำได้แค่รอต่อไปเท่านั้น มันยังไม่เคยเป็นความจริง


วันนี้เราเจ็บปวด เราสูญเสีย เราหวาดกลัว เราหมดหวัง เราไม่เหลือผู้กล้าให้เชื่อ

ให้เราฝากความหวังอีกต่อไป

.....

วันนี้หากตอนนี้หัวใจฉันสามารถแทรกซึมเข้าไปในความรู้สึกของหัวใจที่โหดร้ายดวงนั้นได้

ฉันก็จะทำลงไป


หากคำพูดใดที่จะสามารถหยั่งลึกลงไปในหัวใจที่เลือดเย็น สับสน อยากเอาชนะดวงนั้นได้

ฉันก็จะไม่นิ่งดูดาย

เพราะฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกที่มีแต่ความรุนแรง ฉันไม่อยากหายในเข้าเอาความเกลียด ความกลัว ความอิจฉาริษยาและความอยากเข่นฆ่าเพื่ออยากเอาชนะเข้าไปในทุกเช้าที่ฉันตื่นขึ้นมา..แล้วหลับตาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวมืดมน

.....

แล้วพวกคุณที่กำลังยืนอยู่ อาศัยอยู่ นั่งอยู่ คิดอยู่ รู้สึกอยู่ หรือแม้แต่ที่กำลังได้อ่านอยู่ คุณคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ กับประเทศของคุณ กับพระเจ้าอยู่หัวของคุณ กับศักดิ์ศรีของคุณ กับเกียรติยศแห่งมาตุภูมิของคุณ..อย่างไร???
...

หากคุณคิดว่าชีวิตต้องดำเนินไป จงยืนขึ้นและหลับตา และภาวนาให้สิ่งที่เหนือกว่าไม่ว่าคุณจะเข้าใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร

โปรดช่วยกันอฐิษฐานให้เค้าได้ให้โอกาสกับหัวใจ

เปิดกำแพงที่ปิดกั้นระหว่างเราไว้

เปิดความสับสนหวั่นไหวทั้งที่ตรงหน้าและที่อยู่ห่างไกลแสนไกล

และจงเชื่อว่าเราจะทำได้อย่างนั้นจริงๆ

บนความมืดมนยุ่งเหยิงวุ่นวายหัวใจ

ก็คงจะมีแต่เส้นทางสายแห่งความรักเท่านั้น ที่จะนำพาเราให้ผ่านพ้นกันไปได้

แม้ในความเป็นจริงเรายังไม่เคยจะมองเห็นเส้นทางสายนั้นกันเลยก็ตาม

แต่มันก็คือความจำเป็นที่เราจะต้องทำ

...

จงเชื่อในพระเจ้าว่าเค้าอยู่ตรงนั้น เค้าอยู่ในตัวเราเค้าอยู่ในตัวคุณ

จงเชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยคุณ จงเชื่อว่าคุณจะทำได้พระเจ้าในตัวคุณจะช่วยเรา


“เมื่อพระเจ้าทุกพระองค์เกิดขึ้นด้วยคำพยากรณ์เมื่อความหมายของคำพยากรณ์คือความฝันและจินตนาการที่กลายเป็นจริง"

...ก็จงเชื่อว่าคำอธิฐานและจินตนาการของเราจะเป็นไปได้ เพราะพระเจ้าอยู่ในตัวเราทุกคน “เค้าคือจินตนาการของเรา”เราจงช่วยกันทำให้จินตนาการนั้นกลายความเป็นจริง แล้วเราจะเจอกับสิ่งที่เหนือกว่าจริงๆ

.....

วันนี้ไม่มีพระเจ้าพระองค์ใดจะเดินออกมาช่วยเรานอกจากพระเจ้าในตัวเราจะช่วยตัวเราเอง...วัคซีน...





วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความซ้ำๆซากๆคือความจริงที่สุด




ฉันเป็นคนหนึ่งที่ลังเลในความเชื่อที่ว่าพรหมลิขิตคือสิ่งที่มีอยู่จริงๆ...ฉันเพียงทำความเข้าใจกับสิ่งนั้นว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น.. แต่กับประวัติศาสตร์เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างออกไปกับความเชื่อเรื่องความบังเอิญและพรหมลิขิต...

ฉันพยายามตั้งคำถามมาตลอดว่าสิ่งที่เป็นรอยบาป รอยเจ็บปวด สิ่งที่เคยเป็นรอยบทเรียน ทำไมเราถึงแก้มันไม่ได้ เราผ่านมันมาแล้ว  เราเคยประสบกันนมาแล้ว แล้วทำไมเราถึงต้องย้อนกลับไปหามันอีกครั้ง....

เราช่วยกันเปลี่ยนมันไม่ได้หรือ..ต่อไปเรายังจะต้องเจอกับมันอีกไหม..ทำไมเราถึงยอมจำนนให้ความเจ็บปวดในเรื่องเก่าๆบังเอิญกลับมาหาเราอยู่ร่ำไป...ทำไม??คุณตอบได้ไหม..แล้วต่อไปคุณบอกกับตัวเองได้ไหมว่าคุณจะเป็นคนเปลี่ยนและเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ที่มันจะไม่ซ้ำกันกับเรื่องราวในวันเก่าๆอีกต่อไป..สัญญากับตัวเองได้ไหมว่าเราจะช่วยกันทำ..และเราจะร่วมกันเชื่อในความฝันนั้นว่าเราจะต้องทำได้...เราจะไม่ทำให้เหตุการณ์ในวันนั้นมันมาซ้ำกับวันใดๆในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเราอีกต่อไป


..และดิฉันก็หวังว่าดิฉันจะไม่ต้องเอาประวัติศาสตร์ที่เคยเขียนไว้มาย้อนดูและโพสใหม่อีกครั้ง...ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวที่ฉันจะโพสมันเพื่อเตือนความทรงจำว่าที่ผ่านมาเราเจออะไรและต่อไปหวังว่าเราจะไม่เจอและไม่ลืมว่าเราเคยเจอและเจ็บปวดกับมันมาแล้วอย่างไร...

.........

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552


คนไทยด้วยกัน ทำไมทำกันอย่างนี้


วันนี้พระเจ้าเสียสติ พระอาทิตย์สิ้นแรง ดวงดาวไม่อาจส่งแสง ผู้หลักผู้ใหญ่ทำอะไรไม่ได้กฎหมายค้ำคอ นายกรัฐมนตรีเป็นสุภาพบุรุษจนกว่าชีวิตจะหาไม่ รัฐมนตรีนั่งสาดแต่น้ำลาย ประชาชนวุ่นวายกฎหมายเป็นหมันไม่อยากจะเชื่อว่าประเทศไทยจะถอยหลังได้ถึงขนาดนี้ทั้งที่ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคของโลกโลกาภิวัตน์โลกของข้อมูลข่าวสารแต่ทำไมความสมัยใหม่มันไม่ได้ทำให้คนไทยเปลี่ยนความคิดเป็นคนสมัยใหม่ได้บ้างทำไมยังถูกครอบงำจากความบ้าป่าเถื่อนยังทำตัวเหมือนคนยุคหิน ความคิดเหตุผลในสมองหายไปไหนหมด คำที่เคยพร่ำบอกว่ารักเมืองไทยวันนี้ลืมกันไปหมดแล้วหรือไง



สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้หัวใจคนไทยหลายคนแทบสลาย ทุกอย่างในสมองว่างเปล่าไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสายตา...ภาพคนในเมืองไทยทุบหม้อข้าวของตัวเอง ภาพที่เห็นไม่อาจมีคำใดๆมาอธิบายเป็นคำพูดได้เลยจริงๆ ทุกอย่างมันว่างเปล่าภาพทุกภาพที่เคยมีมายาวนาน.... บัดนี้ว่าง หัวใจทุกดวงเลือนรางมันว่างเปล่าไม่อาจทดแทน...


 ใครบอกได้บ้างว่าบ้านเมืองเราตอนนี้ทุกคนเป็นอะไร ผู้หลักผู้ใหญ่ทำอะไรกันอยู่ แล้วคนไทยกลุ่มนั้นเค้ารู้ไหมว่าเขาได้ทำอะไรลงไป แล้วที่พวกคุณพากันโห่ร้องคุณสนุกกันมากใช่ไหม เห็นความพินาศของประเทศไทยคือความภูมิใจอย่างยิ่งของพวกคุณงั้นหรือ ภารกิจอันยิ่งที่พวกคุณร่วมกันทำมันคือการทำความพินาศให้ประเทศไทยแล้วตอนนี้คุณทำสำเร็จแล้ว พวกคุณพากันร่วมฉลองในความสำเร็จที่เห็นเมืองไทยพินาศวอดวาย โถ!!นี่หรือคนไทย นี่หรือสยามเมืองยิ้ม


วันนี้พายุพัดบ้านที่โอนเอนไม่แข็งแรงของเราจนเกือบพังกำแพงบ้านของเราก็ไม่อาจป้องกันอะไรให้เราได้ มันเป็นเพราะอะไร ?? ผู้คนมากมายที่เขากำลังทำร้ายเมืองไทยที่เขากำลังอยู่ในเส้นทางที่ผิดมีใครจะนำพวกเขากลับมาได้บ้าง ใครก็ได้ซักคนที่เข้าใจว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญอยู่กับอะไรช่วยเข้ามาช่วยประเทศไทยหน่อยได้ไหมหรือว่าจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนี้เรื่อยๆจนกว่าเราจะสิ้นประเทศไทย..

 วินาทีนี้หัวใจหลายดวงของคนไทยเจ็บปวดแทบสลาย.. ทุกๆความฝันพังทลาย....พวกผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายภาพที่พวกคุณมองเห็นวันนี้...ขอถามหน่อยว่าพวกคุณรู้สึกกันยังไงทุกๆรอยช้ำแห่งความผิดหวัง ความรู้สึกเจ็บปวดของหัวใจทุกดวงหรือแม้แต่หัวใจของคุณก็ยังร่ำร้องว่ามันไม่ยุติธรรมแล้ววันนี้วินาทีนี้มันจะทำให้พวกคุณตัดสินใจกันได้หรือยังว่าควรต้องทำอะไร


ทุกคนบอกว่ารักประเทศไทยบอกว่ารักความเสรี แต่สิ่งที่ทุกคนแสดงให้เห็นมันกลับเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงเราทุกคนอาจหลอกโลกกลมๆใบนี้ได้ แต่ไม่อาจหลอกลวงหัวใจตัวเองได้การกระทำวันนี้มันฟ้องทุกอย่าง ภาพของวันนี้มันเป็นข้อพิสูจน์ได้แล้วว่าคนไทยรักประเทศของตัวเองรูปแบบไหน และเมื่อมาถึงวินาทีนี้เมื่อความพินาศบังเกิดเราคนไทยทุกคนกำลังนับเวลาถึงการเริ่มต้นครั้งใหม่อีกแล้ว และมันจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม??


จะมีบ้างไหมรัฐบาลที่เป็นความหวัง เป็นความฝัน เป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนที่รักษาสัจจะ เข้าใจเหตุผลสำหรับการดำรงอยู่ต่อไปและความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น

 ฉันเข้าใจว่าไม่มีใครสามารถเป็นคนที่ดีพร้อมได้แต่พวกคุณก็ต้องเข้าใจว่าไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณพูดได้นอกจากคุณจะเป็นคนกระทำให้สิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง หยุดสร้างภาพหยุดหลอกลวงหยุดมอมเมา ประเทศไทยไม่มีเวลาให้คุณเล่นเกมกันแล้ว.. พวกคุณยังจะให้คนไทยต้องรอและยังต้องนับหนึ่งกันอีกนานเท่าไร หรือว่าจะรอให้ถึงเวลาที่ดาวตกทุกดวง...อยากจะน้ำตาร่วงกันอีกครั้ง...อย่างนั้นหรือ??

เขียนโดย วัคซีน ที่ 7:22 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
 
เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้แต่เราสร้างอนาคตให้ไม่ซ้ำรอยเดิมกับอดีตได้ไหม??....วัคซีน...