วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

~The Voice Of Silence~





กลางวันที่ต้องอดทนรุ่มร้อน กลางคืนมืดมิดเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย
ฉันเดินอยู่บนเส้นทางที่ท้องถนนลุกท่วมเป็นไฟ
ไม่มีใครสักคนที่จะเอื้อมมือมาสัมผัส
บนเส้นทางที่เปลี่ยวและเหงา เงียบและลึก
ฉันเดินไปอย่างตระหนกสั่นไหว บทเพลงจากเหวลึก
ยังบรรเลงขึ้นมาให้ฉันต้องหวาดหวั่นหัวใจ
....
"ความคิดก็เหมือนกับความเจ็บปวดที่ทรมานอยู่เสมอ"
....
ฉันได้ยืนอยู่ระหว่างกลางของเส้นตัด
ของความเป็นและความตาย...สวรรค์และนรก
เสียงจากข้างบนกล่าวเตือนกับฉันว่า
สัจธรรม ความงดงาม ความดี นั่นคือของดีที่เธอจงทำ
ทันใดนั้นเสียงจากนรกก็ตะโกนเย้ยหยันกลับมาว่า
เธอจะเห็นสัจธรรมจากสิ่งที่เธอไม่เคยสัมผัสถึงได้อย่างไร
สวรรค์นั้นบิดเบือนด้วยเสียงสวดจากความงดงาม
ของคุณความดีที่มีอยู่เกลื่อนเมือง
ปิดบังไม่ให้เธอได้มองเห็นความจริงในห้วงนรก
เธอจะกลัวสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นได้อย่างไร
เธอจะด่วนตัดสินสิ่งที่เธอไม่เคยมองเห็นไปทำไม???
....
บัดนี้จิตใจของฉันวุ่นวาย สับสนวิ่งวนไปอย่างคนบ้า
เสรีภาพจากความบ้าในตัวฉันถูกโดดเดี่ยว
 ฉันอยู่ในบ้านแห่งสวัสดิภาพของความบ้าอย่างเดียวดาย
ความมั่นใจในตัวเองทำให้ฉันตกเป็นทาสของความทะนงตัว
ความงมงายในสวัสดิภาพทำให้ความกล้าหาญในโลกกว้างฉันถูกขโมย
ฉันมองไม่เห็นพรจากแสงของตะวันยามเช้า
 ฉันไม่เห็นความรักจากแสงของจันทรายามค่ำคืน
ฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว อ่อนแรง สิ้นหวัง
ในเกาะกำบังแห่งการเวียนว่ายตายเกิดของความคิด
ฉันได้แต่ร้องร่ำปรับทุกข์อยู่ในความฝัน ร้องขอพรวิงวอนอยู่ในฝัน
สวดบ่นตะโกนไปอย่างนั้นแต่กลับให้เสียงนั้นดังอยู่แค่ข้างใน
ไม่กล้าแม้แต่จะให้เสียงนั้นดังเล็ดลอดออกไป
....
...ฉันหวาดกลัว...ฉันกลัวใครจะได้ยิน...
ฉันกลัวว่าเสียงร้องขอจากหัวใจฉันมันจะมิใช่สิ่งอื่นใดเลย
นอกเสียจากเสียงของความคิด ที่คนอื่นๆได้คิดเห็นเป็นรูปธรรมเอาไว้แล้ว
และการกระทำของฉันก็คือความหวังที่ทุกคนมิได้ตั้งเอาไว้
ฉันจึงยังคงให้ความฝันของฉัน
อาศัยอยู่ในบ้านแห่งความมืดมิดและเงียบต่อไป
โดยไม่มีใครได้มองเห็น ไม่มีใครได้เข้าไปถึงที่ตรงนั้น
หากแต่ความเป็นจริงของความฝัน เนื้อหาแห่งความหวัง
ฉันยังคงโอบกอดมันไว้ด้วยจิตวิญญาณของฉัน
ยังมิให้ได้หลุดลอยไป ยังอยู่ในที่ที่เป็นนิรันดิ์
.... 
“เพราะสิ่งซึ่งมาจากนิรันดิ์ ควรหวนคืนสู่ที่ซึ่งเป็นนิรันดิ์”


...วัคซีน

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

~ฉันคือคนบ้า~



...

ใบหน้าของผู้คนผู้อาศัยอยู่บนโลกกว้างใหญ่ใบนี้มีตั้งมากมาย
ใครคือผู้อยู่ในรูปแบบที่หลากหลายใครคือผู้สร้าง ใครคือผู้ทำลาย
 ใครคือผู้ได้หน้าผู้ชั่วร้าย ใครคือผู้สวมใส่ใบหน้าอ่อนใสของความรัก
ใครคือผู้ยึดครองหัวใจแห่งความทุกข์ ใครคือผู้สุขเกษม
ใครคือสายสัมพันธ์ของอดีตกาลและอนาคต
ใครคือผู้อยู่ในจิตวิญญาณดวงแรก ใครคือผู้อยู่ในกวีบทแรก
ใครคือผู้อยู่ในสัมผัสอ่อนหวานแสนละมุน ใครคือผู้ร้อนรุ่มสั่นไหว
ใครคือผู้อยู่ในความว่างเปล่า ใครคือผู้อยู่ในถ้อยคำมากมาย
ใครคือผู้สร้างกฎแห่งความเคลื่อนไหว
ใครคือผู้สร้างให้คืนวันหมุนเปลี่ยนเวียนต่อไป
...
...
ใครๆก็ดื่มด่ำกับรสชาติของชีวิตแต่น้อยคนนักที่จะสมดั่งใจ
 แต่ถ้าสมมุติว่าเราคือคนบ้าแล้วนำมันไปสู่จุดจบแห่งความเลวร้าย
ใครคือผู้ที่จะเข้าไปค้นหาสามัญสำนึก ใครคือผู้เข้าใจในระดับที่ล้ำลึกยิ่งกว่า
 ใครคือผู้ชนะ ใครคือผู้ที่จะเข้าไปทำลายสิ่งชั่วร้ายนั้น??
...
...
และฉันก็คือ"คนบ้า"..ฉันคือคนผู้สร้างตำนานชีวิตจากความลี้ลับ
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ใครหลายหน้าบอกว่าไม่เข้าใจ
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ไม่ต้องการให้ใครเข้าใจถึงความสิ้นสุด
ฉันคือคนบ้า ฉันคือคนที่ใช้ความบ้าเพื่อสร้างสรรค์
ฉันคือคนบ้า ฉันสร้างสรรค์งานด้วยความบ้าเพื่อความฝันไม่ใช่เพื่อเงิน
ฉันคือคนบ้า ฉันไม่มีความรักให้กับทุกสิ่งในโลกโดยเฉพาะพวกคนหน้าเงิน
ฉันคือคนบ้า ฉันออกจากชีวิตที่บ้าวัตถุไปสู่ดินแดนแห่งความฝันเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ
ฉันคือคนบ้า ฉันมาเพื่อกล่าวย้ำถ้อยคำบ้าๆและจะกล่าวย้ำๆให้ดังลั่นสนั่นออกไป
ฉันคือคนบ้า  ฉันเป็นคนที่ไม่มีคำสัญญา เพราะฉันไม่คิดจะรักษามัน
ฉันคือคนบ้า ที่คิดว่าความรักไม่ใช่แค่ชั่วข้ามคืนและต้องมีกันตลอดไป
ฉันคือคนบ้า หากคุณรักในศักดิ์ศรีของฉันมากกว่าแค่อยากเช็ดน้ำตาจงมาเอาใจฉันไป
ฉันคือคนบ้า ฉันไม่มีความลับใคๆ นอกจากคำภีร์แห่งความบ้า
ฉันคือคนบ้า ค้นหาตัวฉันได้จากสองอย่าง คือในความฝัน และนิรันดรภาพ
แล้วคุณล่ะเป็นใคร???


...วัคซีน...


วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

~The Better Human~





เธออย่าได้หวาดหวั่นหากความทุกข์จะร่วงโรยลงไป
 บนเส้นทางแห่งใดที่เธอนั้นกำลังเดินอยู่
เธอจงปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีทาง
บนความอ้างว้างเดียวดาย ไร้ที่พักพิง ไร้คนรู้จัก ไร้คนเข้าใจ
เธอจงปลดปล่อยให้มันเข้ามา
เธอจงให้ความทุกข์นำมันลงมา
แล้วจากนั้นความเจ็บปวดจะผลักดันเธอขึ้นไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้หวนคำนึงถึงเมื่อยามที่เธออ่อนแอ
เมื่อยามที่เธอได้ยืนย่ำอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เธอไม่คุ้นเคย
"แม้กระทั่งตัวของฉันเองในบางครั้ง"
และเมื่อเธอได้ก้าวผ่านคืนวันอันแสนยาวนานแห่งการจมเจ็บนั้น
ความทุกข์จะพัดพาตัวเธอออกไป
ไปยังที่ที่เธอจะไม่แตกต่างไปจากเดิม
แต่เธอจะแตกต่างห่างไปโดยคืนวัน
คืนวันจะมอบความหวังให้กับเธอ
คืนวันจะส่งความห้าวหาญให้กับเธอ
เธอจะเป็นเป็นสิ่งเดียวกันกับวันนี้
เธอจะอภัยให้กับความผิดพลาดทั้งหมดของเธอที่ผ่านมา
เธอจะรับคำตำหนิสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เธอไม่สามารถทำได้
"และจากคนที่เคยทำให้เธอเจ็บ"
เธอจะได้ยินเสียงหัวใจของเธออีกครั้ง
แล้วเธอจะได้ขอบคุณช่วงเวลาที่แสนดี และช่วงเวลาที่โหดร้าย
เธอจะได้ประจักษ์ว่าไม่ได้มีอะไรทำร้ายเธอเลย
…
เพราะฉนั้นเธอจงอย่าได้ละอายกับความผิดพลาดที่เธอได้ลงทำไป
เธอแค่อยู่ ณ ที่ตรงนั้น เพื่อได้เรียนรู้ว่า
"เธอได้เคยใช้ชีวิตอย่างบกพร่อง"
แล้วเธอจงให้โอกาสตัวเธอได้มีความหวังอีกครั้ง
เพราะความหวังคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอจะมีชีวิตอยู่เพื่อมัน
เพราะบางทีเธออาจจะไม่ใช่คนในแบบที่เธอคิดว่าเธอเป็น
เพราะบางทีเธออาจจะได้ค้นพบบางสิ่งที่อาจจะทำให้เธอกลายเป็นคนที่ดีกว่า
เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าปิดประตูบานนั้นลง
เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอคิดอยากเป็น The better human…


...วัคซีน...


วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Sweet November




ห้วงอดีตที่ผ่านมาก็เหมือนกับผงฝุ่นในกำมือที่เธอได้กอบกำเอาไว้
เธอจงปล่อยให้มันร่วงหล่นลงไปผ่านนิ้วแต่ละนิ้ว
ออกไปทีละน้อยอย่างช้าๆค่อยๆให้จางหายไป
แล้วเธอจะได้เรียนรู้สาระของความเจ็บปวดจากจุดเริ่มต้น
...
จากเรื่องราวบางอย่างทีเป็นสิ่งลึกลับ
จากอุปสรรค์ทั้งหลายที่ไม่เคยได้ถูกกล่าวขานไว้
ณ.ที่ดินแดนแห่งใด
และทุกๆย่างก่าวแห่งความเหน็บหนาวจะทำให้เธอเติบโต
...
อนาคตคือผู้นำทางพาเธอเดินไปสู่ที่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
เธอจะต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวและภาพความเจ็บปวดในอดีต
แล้วเธอจะต้องเข็มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อที่จะไม่ยอมแพ้
เพื่อที่จะได้ทำตามความฝันของเธอ
...
เมื่อถึงคราวที่เธอจะต้องติดอยู่กับด้านมืดของเธอ
ชีวิตที่เลวร้าย ความเจ็บปวดทรมานของเธอ
เธอจงยอมรับมันเพื่อให้เธอได้มีชีวิตอยู่และสู้ต่อไป
แล้วเธอจะได้เรียนรู้ว่าการเดินทางในความมืด
มันสอนให้เธอได้ใช้สัมผัส
มันจะสอนให้เธอได้รู้จักวิธีค้นหาหนทางเพื่อหวนกลับไปใหม่
..ในยามที่ชีวิตของเธอมุ่งเอาแต่หนีกับหนี..
...
และในยามคำคืนแห่งนี้กับราตรีที่เป็นเพื่อนเธอ
 ขอเธอจงปลดปล่อยภูติผีไปกับราตรีนี้เถิด
เธออย่ายึดถือวิถีแห่งการหลบหนีไปจนชั่วนิรันดร์เลย
เราทั้งสองมิได้ถูกลิขิตมาให้คู่กัน
เธอจะแต่งงานกับความมืดมิดไปจนนิรันดร์ได้ฉันใด
เธอแค่ได้สิทธิ์ยึดช่วงเวลาไว้เพื่อนำชีวิตเธอไปสู่ฟ้าสาง
แค่ให้เธอได้มีสิทธิ์ใช้ห้วงแห่งกาลร่วมพิทักษ์ความว่างเปล่าของเธอ
และห้วงเวลานั้นที่เป็นของเธอ
เธอจงใช้ชีวิตอย่างที่เธออยากให้มี
อย่างที่เธออยากให้เป็นไปจนตลอดราตรีนี้
...
ให้ห้วงราตรีได้เปิดเผยตัวตนของเธอ
ให้ความสงัดของราตรีบอกความจริงโดยประจักษ์ในสิ่งที่เธอควรรู้
ให้ความโดดเดี่ยวได้เฝ้ามองดูตัวเธอ
และให้ความเงียบได้ฟังเสียงสะอื้นในอดีตของเธอ
และเมื่อถึงยามรุ่งอรุณขอเธอจงละทิ้งมันไป
มันไม่มีประโยชน์ที่เธอจะยึดยื้อมันไว้โต้รุ่งไปจนฟ้าสาง
เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวความมืดเหงาเอาไว้
...
เมื่อถึงเวลาที่เรือได้ข้ามฝั่งแล่นมารับเธอแล้ว
ขอเธอจงได้มีสิทธิ์เลือกแล่นเรือออกไปสู่ความไฝ่ฝันของเธอเถิด
อย่าให้ดินแดนแห่งความทรงจำในความหลังเหนี่ยวรั้งตัวเธอไว้ได้
เมื่อห้วงสมุทธเรียกร้องเธอแล้วเธอจงนำเรือออกไป
 แล้วปล่อยทิ้งอดีตของเธอไว้ให้เป็นสัจธรรมต่อโลกใบนี้ ...


...วัคซีน...

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

เมื่อปีกหักเพราะความรัก





มนุษย์ผู้ซึ่งชื่นชอบล้อเล่นกับหัวใจของมนุษย์
เพื่อให้ได้มาซึ่งความปราถนาภายในหัวใจและชัยชนะ
ความจริงใจจึงเป็นดั่งคำหลอน
 ที่ซ่อนอยู่กับความสวยงามที่วาจาปั้นแต่ง
 คำว่ารักจริงใจจึงไร้ราคาจึงดูไร้ค่า
มีความมักง่ายในหัวใจไร้จิตสำนึกในส่วนความรัก
…
…
และฉันคนนี้..คือ..คนโง่ผู้น่าสงสาร
ผู้ซึ่งสดับรับความจริงใจจากถ้อยคำมุสาของปีศาจ
ผู้ซึ่งกอดรัดอยู่กับอสรพิษร้าย
ที่พลางร่างกายซ่อนไว้ภายหลังความงดงามของคำว่ารัก
 ทั้งที่ภายในหัวใจนั้นเต็มไปด้วยการโกหก
….
….
มนุษย์ผู้ซึ่งใช้คำว่ารักมาล้อเล่นกับความรัก
ผู้ซึ่งไม่รู้คุณค่าแห่งความรักด้วยความหมาย
  ผู้ซึ่งใช้ความหมายของคำว่ารักด้วยการทำลาย
 ใช้โดยไม่รู้ว่ากำลังริดรอนความรักให้ลดน้อยด้อยค่า
 ใช้อย่างกับว่ากำลังดูแคลนความรัก
ความรักนั้นจึงเป็นดั่งภาพลวงตา
 ความรักนั้นจึงเป็นแค่เรื่องมักง่าย
ที่ทำให้ใครบางคนพยายามลบคำนั้นออกไป
จากความหมาย...จากความทรงจำ
…
…
และฉันตอนนี้เป็นเพียงผู้เดียวที่รู้สึกถึงความสูญเสียของคำๆนี้
 ฉันคนนี้เป็นเพียงผู้เดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้อย่างเดียวดาย
 ณ .ใจกลางของห้องหัวใจที่แหลกสลายด้วยคำๆนี้
 และยังไม่รู้เลยว่าจะเดินต่อจากตรงนี้ไปยังไง
…
…
มนุษย์นี้มีอะไรอีกตั้งมากมายที่เราควรจะพูดคุย
 ที่เราควรจะให้คำปรึกษากันได้
แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาถึงบ้านเรือนเราเพื่อนำความปวดร้าวมาสู่
เพื่อนำเอาหายนะมาให้
คำว่าจริงใจจากปากไม่ใช่การโยนทุ่มใครบางคน
ลงไปในโลกแห่งความสับสับทุกข์ยาก
 คำว่าห่วงใยมากมายไม่ใช่การกักขังให้เขาอยู่ในกรง
พร้อมด้วยหักปีกแห่งอิสระไม่ให้เขาได้โบกบินไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณซ่อนเร้นเฝ้ากระทำอยู่ในความมืด
มักถูกเปิดเผยให้เห็นอีกไม่ช้าในเวลากลางวัน
ความจริงใจคือความจริงที่ออกจากใจ
ไม่ใช่ในอีกนัยของการทำลายให้ใครคนหนึ่งต้องจมปลักอยู่กับความสับสน
กับค่ำคืนอันแสนหนาว..อยู่กับความทรงจำที่เจ็บปวดร้าว
อยู่ในที่อันแสนเปลี่ยวเศร้าที่ผู้คนเดินผ่านไปมารอบตัวเขา
แต่ไม่เคยมีใครได้เข้าถึงความจริงที่อยู่ข้างในตรงนั้นเลย
…
…
ได้โปรดเถิดเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย
ได้โปรดอย่าทำให้ความหมายของคำว่ารักความจริงใจ
เป็นดั่งท่วงทำนองที่หาเหตุผลมิได้ไร้ซึ่งความกลมกลืน
อยู่ในบทเพลงที่ประพันธ์ยังไม่เสร็จอีกต่อไปเลย

 
                                                                                                   ...วัคซีน...


วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

~อิสระที่ไม่เคยได้ปีก~




ฉันเป็นศิลปินผู้โดดเดี่ยวผู้ได้นามว่าเรยา 
ผู้อาศัยอยู่บนประภาคารอันเหน็บหนาว
ผู้ประทังชีวิตอยู่ได้ด้วยความอร่อยของการดื่มกินกระดาษและตัวหนังสือ
ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ ความเหงา เศร้า ทรมาน มันก็ถูกแทนที่ด้วยบทกวี
ซึ่งเป็นคำที่คอยปลอบประโลมใจ
 ซึ่งเป็นความเข้าใจอันบริสุทธิ์
 ที่ไม่ใช่การพูดไปเรื่อยเปื่อย

ฉันกำลังเดินทางไปยังจักรวาลหนึ่ง
 ซึ่งเป็นโลกใหม่..ใบที่ไม่มีคนเกลียดขี้หน้ากัน
เป็นโลกที่ทุกคนมีหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยความรัก และให้อภัย
ไม่ใช่โลก ที่ทุกหัวใจเป็นได้แค่เพียงถังขยะ
ที่คอยรองรับอารมณ์ของกันและกัน
ดั่งนั้นฉันจึงเอาแต่เฝ้าฝันถึงเรื่องราวที่ทำให้สงบ..อบอุ่น
แล้วก็เรื่องราวที่ทำให้ทุกคนมีความสุขใจ
... 
 แต่ความจริงทำให้ฉันรู้ว่า 
ไม่ว่าฉันจะสร้างเรื่องราวที่สวยงามขึ้นมามากมายแค่ไหน
นั่นมันก็เป็นแค่เรื่องอุปโลกน์
 เพราะว่าฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยความหวังที่ไม่มีคนร่วมฝัน
ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจะทำให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มหลงใหล
เหมือนหมาที่คอยกระดิกหางให้ด้วยความรัก
แต่ไม่เข้าใจคำพูดกันเลยก็ตาม
... 
เมื่อทุกคนไม่เปิดใจยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าบรรจงสร้างขึ้นมาบนโลกนี้
โดยเฉพาะ ความเศร้า เหงา ผิดหวัง พ่ายแพ้ และความทุกข์ทรมาน
เมื่อบทเพลงแห่งซาตานทำให้สวรรค์โศกศัลย์คร่ำครวญเสียแล้ว
เสียงเพลงแห่งนางฟ้าจะสามารถทำให้สวรรค์เงียบงันได้อย่างไร
เมื่อพื้นที่ในใจมีแต่เมฆครึ้มที่มืดมน
 มันจะไม่สามารถเป็นสิ่งสวยงามได้อีกแล้ว
...
คุณไม่สามารถเอาชนะผู้คนมากมายได้
 "เมื่อคุณสยบยอมต่อสงครามในใจที่คุณได้พ่ายแพ้ไปแล้ว"
... 
มนุษย์ที่ติดอยู่บนโลกแห่งการยึดติด ไม่ยอมรับสภาวะผ่าเหล่าเปลี่ยนใหม่
ไม่เคยบีบสมองให้เล็กลงเพื่อเว้นพื้นที่ไว้ให้หัวใจได้เปลี่ยนแปลง
เป็นได้แค่เพียงเศษซากชีวิตที่อ่อนแอ 
เป็นแค่คนที่คอยเก็บเกี่ยวซากจากอดีต
มาสร้างปฏิมากรรมน้ำแข็งเพื่อรอวันละลาย
เป็นแค่คนที่วันๆเอาแต่นั่งหน้าโต๊ะในมือถือปากกาไว้คอยก่นด่าผู้อื่น
 ปลดปล่อยสันดานดิบ..ไปจนถึงหน้าสุดท้ายที่มีแต่แผ่นกระดาษอันว่างเปล่า
วาทกรรมอันโดดเด่น ที่หวังว่าจะสามารถเอาชนะปกปิดทุกสิ่งอย่างได้


"แต่เปล่าเลย"
...
สิ่งที่คุณทำได้... สิ่งที่คุณทำเป็น 
มันเป็นได้แค่..การทำให้คนๆหนึ่งจมปลักอยุ่กับความรู้สึกผิด
ทำให้ทุกคนในโลกจมอยู่กับอดีต
 ทำให้ทุกคนในโลกไม่มีวันลืมเรื่องราวเก่าๆได้เท่านั้นเอง
... 
เราบาดเจ็บเพราะการทรยศของความคิดทั้งหลาย
 เราฟกช้ำเพราะความคิดของเรา 
และด้วยบาดแผลเหล่านั้นที่ยังไม่เคยได้รับการรักษา
 ความเจ็บป่วยของเราจึงหนักหนา จนยาที่จะใช้รักษามันต้องล้ำเลิศที่สุด
 และตัวยาแห่งการประสานความรู้สึกนี้
ที่ผู้คนบนโลกแห่งพันธนาการของความคิดยังไม่มีวันเข้าใจ
 พวกเราไม่เคยเข้าใจ...ไม่เคยเลย กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว สิ่งที่แพ้ไปแล้ว
พวกเราไม่เคยรู้เลยว่า การค้นหาความจริงในอดีต
 มันเป็นได้แค่การดมดอมซากศพที่ตัวตนได้ตายไปแล้ว
... 
เรากำลังยืนอยู่ในประตูแห่งความตาย
 ที่ความเป็นนายมองมาด้วยดวงตาอันมืดมนไร้ซึ่งความหวัง  
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มันก็แค่สิ่งเดียวที่เราทำได้
 ก็คือการกระโดดลงไปในเหวต่อหน้าหมาผู้ซื่อสัตย์
 แม้ว่ามันจะเป็นจุดสุดท้ายของจักรวาลเราก็ควรลงไปใช่ไหม??

                                                                                               ...วัคซีน...